ฟู่ หลิงฮุย โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในวันนี้ (16 มี.ค.) ว่า จีนมีทรัพยากรด้านพลังงานอย่างเพียงพอ โดยยืนยันว่าอุปทานพลังงานของจีนนั้น "ค่อนข้างแข็งแกร่ง" และจีนมีปัจจัยพื้นฐานที่ "ค่อนข้างดี" ในการตอบสนองต่อความผันผวนของตลาดในต่างประเทศ
ทั้งนี้ NBS ประกาศว่า การผลิตน้ำมันดิบภายในประเทศของจีนในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.ปีนี้ ปรับตัวขึ้น 1.9% เมื่อเทียบรายปี แตะที่ระดับ 35.73 ล้านเมตริกตัน
คำยืนยันดังกล่าวของ NBS มีขึ้นแม้ว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้จำกัดการไหลเวียนของน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และยังมีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ พยายามกดดันให้จีนเข้าร่วมภารกิจรักษาความปลอดภัยในช่องแคบแห่งนี้
สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า ปธน.ทรัมป์กล่าวเมื่อวานนี้ว่า จีนควรให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในภารกิจคุ้มกันเรือสินค้าให้สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งปลายเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าเขาอาจเลื่อนแผนการเดินทางเยือนจีนออกไป
ไฟแนนเชียลไทมส์ยังระบุด้วยว่า ปธน.ทรัมป์อ้างว่าจีนควรช่วยสนับสนุนภารกิจการรับประกันการไหลเวียนน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากจีนได้รับน้ำมันมากถึง 90% ผ่านเส้นทางนี้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประมาณการว่า จีนพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซในการนำเข้าน้ำมันทางทะเลเพียง 40%-50% เท่านั้น และระบุว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซคิดเป็นเพียง 6.6% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของจีน
ณ เดือนม.ค.ปีนี้ จีนมีน้ำมันดิบสำรองประมาณ 1.2 พันล้านบาร์เรล ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และเพียงพอต่อความต้องการใช้งานเป็นเวลา 3-4 เดือน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใกล้แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากการขนส่งของประเทศส่วนใหญ่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้หยุดชะงักลงนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่าสองสัปดาห์ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ส่งน้ำมันมากกว่า 11 ล้านบาร์เรลให้กับจีนผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเวลาดังกล่าว