ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลงในวันนี้ (19 มี.ค.) ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดร่วงลงกว่า 700 จุดเมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด และส่งสัญญาณว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ขณะเดียวกันกรรมการเฟดได้ระบุถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน และสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
-- คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 11-1 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) ตามการคาดการณ์ของตลาด
สมาชิก FOMC จำนวน 11 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ยในเมื่อวานนี้ ขณะที่ 1 รายโหวตสวนมติดังกล่าว โดยสตีเฟน มิแรน ลงมติให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
-- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2569-2571 โดยเฟดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2569, 2570 และ 2571 อยู่ที่ระดับ 2.4%, 2.3% และ 2.1% ตามลำดับ จากเดิมคาดการณ์ในเดือนธ.ค.ว่าจะมีการขยายตัว 2.3%, 2.0% และ 1.9% ตามลำดับ ขณะที่อัตราการขยายตัวในระยะยาวอยู่ที่ระดับ 2.0% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ระดับ 1.8%
นอกจากนี้ เฟดคาดการณ์อัตราว่างงานในปี 2569, 2570 และ 2571 อยู่ที่ระดับ 4.4%, 4.3% และ 4.2% ตามลำดับ จากเดิมคาดการณ์ในเดือนธ.ค.ว่าจะอยู่ที่ระดับ 4.4%, 4.2% และ 4.2% ตามลำดับ ขณะที่อัตราการว่างงานระยะยาวยังคงอยู่ที่ระดับ 4.2%
ขณะเดียวกัน เฟดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อตามดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ในปี 2569, 2570 และ 2571 อยู่ที่ระดับ 2.7%, 2.2% และ 2.0% ตามลำดับ จากเดิมคาดการณ์ในเดือนธ.ค.ว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.5%, 2.1% และ 2.0% ตามลำดับ
-- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันพุธที่ 18 มี.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ โดยระบุว่า ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในขณะนี้บ่งชี้ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง ขณะที่การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ และอัตราการว่างงานมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง
-- เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธ (18 มี.ค.) โดยเขาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อ อันเนื่องมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เขายืนยันว่าจะดำรงตำแหน่งประธานเฟดต่อไป จนกว่าการสอบสวนในคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับการสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟดจะสิ้นสุดลง
-- แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวในเมื่อวานนี้ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมายโจนส์แอคต์ (Jones Act) เป็นเวลา 60 วัน เพื่อช่วยบรรเทาการขนส่งเชื้อเพลิงและปุ๋ย หลังราคาพุ่งขึ้นจากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทาน ท่ามกลางการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
"การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการออกมาตรการผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมายโจนส์แอคต์เป็นเวลา 60 วัน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวในการลดผลกระทบระยะสั้นต่อตลาดน้ำมัน ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ยังคงดำเนินภารกิจตามวัตถุประสงค์ของปฏิบัติการ Epic Fury"
"มาตรการนี้จะช่วยให้ทรัพยากรสำคัญ เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ปุ๋ย และถ่านหิน สามารถขนส่งเข้าสู่ท่าเรือของสหรัฐฯ ได้อย่างอิสระเป็นเวลา 60 วัน และรัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง" แคโรไลน์ เลวิตต์ กล่าว
-- สื่อรายงานว่า กองทัพอากาศอิสราเอลได้ทำการโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันของอิหร่านในแหล่งเซาท์พาร์สและอาซาลูเยห์ในเมื่อวานนี้
ทั้งนี้ แหล่งก๊าซเซาท์พาร์สถือเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดในโลก และมีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างอิหร่านและกาตาร์
เจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า อิสราเอลทำการโจมตีดังกล่าวโดยมีการประสานงานกับสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายคือโรงงานก๊าซที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านในจังหวัดบูเชห์
-- สื่อของรัฐบาลอิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า สาธารณรัฐอิสลามจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมันซามเรฟในซาอุดีอาระเบีย และนิคมปิโตรเคมีจูบาอิล นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่ว่าจะโจมตีแหล่งก๊าซอัล-ฮัสซันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้งโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันในกาตาร์
คำขู่ดังกล่าวมีขึ้น หลังกองทัพอากาศอิสราเอลได้ทำการโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันของอิหร่านในแหล่งเซาท์พาร์สและอาซาลูเยห์ในเมื่อวานนี้
-- ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (19 มี.ค.) มีดังนี้:-
ธนาคารกลางบราซิลประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย
ญี่ปุ่นเปิดเผยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนม.ค. และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย
ออสเตรเลียเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนก.พ.
อังกฤษเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนม.ค. และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย
สหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีภาคการผลิตเดือนมี.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนม.ค.