หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ให้คำมั่นว่า จีนจะเดินหน้าเปิดเศรษฐกิจให้แก่บริษัทต่างชาติมากขึ้น และจะผลักดันการค้ากับบรรดาประเทศคู่ค้าทั่วโลกให้มีความสมดุลมากขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าและสงครามภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปในปีที่ผ่านมา
หลี่กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม China Development Forum ณ กรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ (22 มี.ค.) ว่า จีนจะนำเข้าสินค้าต่างชาติที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น และร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการค้าที่เหมาะสมและมีความสมดุล รวมถึงขยายส่วนแบ่งการค้าโลกเพิ่มขึ้นด้วย
นายกรัฐมนตรีจีนยังให้คำมั่นว่า บริษัทต่างชาติจะได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกับบริษัทในประเทศ เพื่อให้บริษัทจากทุกประเทศสามารถพัฒนาธุรกิจได้อย่างมั่นใจและบรรลุเป้าหมายในจีน
ถ้อยแถลงของหลี่สอดคล้องกับที่ หวัง เหวินเถา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวกับผู้นำธุรกิจจากกลุ่มการค้าเภสัชกรรมของสหรัฐฯ และผู้บริหารจากบริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ข้ามชาติ 5 แห่งในการประชุมอีกวาระหนึ่งว่า จีนจะเสริมสร้างการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและปรับปรุงความโปร่งใสของนโยบายให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับการประชุม China Development Forum ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของจีนที่จะปิดฉากลงในวันนี้ (23 มี.ค.) ถือเป็นโอกาสให้รัฐบาลจีนได้นำเสนอวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจและโอกาสในการลงทุนให้แก่ผู้นำธุรกิจต่างชาติ เจ้าหน้าที่จีน นักเศรษฐศาสตร์ และนักวิชาการได้รับทราบ โดยการประชุมมีขึ้นหลังจากที่จีนรายงานตัวเลขเกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าจีนกำลังพยายามพลิกฟื้นสถานการณ์การลงทุนจากต่างประเทศที่ย่ำแย่ลง โดยเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ร่วงลง 5.7% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับเพียง 9.2 หมื่นล้านหยวน (1.336 หมื่นล้านดอลลาร์) หลังจากที่ลดลง 9.5% ในปี 2568
ทั้งนี้ ความพยายามดังกล่าวของจีนเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว เมื่อจีนได้เพิ่มอุตสาหกรรมอีก 200 ประเภทเข้าสู่บัญชีรายชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจการลงทุนจากต่างประเทศ ตั้งแต่การลดหย่อนภาษีไปจนถึงสิทธิพิเศษในการใช้ที่ดิน โดยมุ่งเน้นไปที่ภาคการผลิตขั้นสูง บริการสมัยใหม่ รวมถึงภาคส่วนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีขั้นสูง