องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ว่า ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจะผลักดันให้เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น และแม้ว่ารัฐบาลปรับลดภาษีนำเข้าก็ไม่เพียงพอที่จะหักล้างผลกระทบดังกล่าวได้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า OECD เปิดเผยการคาดการณ์ดังกล่าวในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจ (Economic Outlook) ฉบับล่าสุดซึ่งมีการเผยแพร่ในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) โดยระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 4.2% ในปี 2569 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.2% จากการคาดการณ์ที่เผยแพร่เมื่อเดือนธ.ค. 2568 ก่อนที่จะลดลงเหลือ 1.6% ในปี 2570
รายงานระบุว่า ผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อนั้น จะมีน้ำหนักมากกว่าผลของการลดอัตราภาษีศุลกากรที่มีผลบังคับใช้ และระบุเสริมว่าการปรับขึ้นภาษีศุลกากรในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ได้ถูกส่งผ่านไปยังราคาผู้บริโภคเพียงบางส่วนเท่านั้น
ทั้งนี้ OECD คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงจากระดับ 2.0% ในปี 2569 มาอยู่ที่ระดับ 1.7% ในปี 2570 เนื่องจากปัจจัยหนุนจากการลงทุนที่แข็งแกร่งในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะค่อย ๆ ถูกหักล้างโดยการเติบโตที่ช้าลงของรายได้ที่แท้จริงและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
นอกจากนี้ OECD คาดการณ์ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงแตะระดับ 2.9% ในปี 2569 จากระดับ 3.3% ในปี 2568 ก่อนที่จะขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 3.0% ในปี 2570 โดยเตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน จะทำให้ต้นทุนทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะผลักดันให้เงินเฟ้อราคาผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้น และบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจ