เคาน์เตอร์พอยต์ รีเสิร์ช (Counterpoint Research) รายงานวันนี้ (17 เม.ย.) ว่า ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนในอินเดียประจำไตรมาส 1 ปี 2569 หดตัว 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 6 ปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นจนฉุดรั้งกำลังซื้อของผู้บริโภค
รายงานระบุว่า สมาร์ตโฟนกว่า 80 รุ่นขยับราคาแพงขึ้นเฉลี่ย 15% และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีก 15%-20% ในไตรมาส 2 ของปีนี้
นักวิเคราะห์จากเคาน์เตอร์พอยต์ระบุว่า ตลาดกำลังเผชิญกับภาวะที่ผู้บริโภคแบกรับราคาไม่ไหวอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากต้นทุนชิปหน่วยความจำพุ่งสูง บวกกับแรงกดดันจากค่าเงินอ่อนตัว บีบให้บรรดาผู้ผลิต (OEM) ต้องปรับขึ้นราคาสมาร์ตโฟนรุ่นหลัก
ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของเคาน์เตอร์พอยต์ประเมินทิศทางตลาดว่า ตลาดสมาร์ตโฟนอินเดียจะยังคงซบเซาต่อไปในระยะใกล้ โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ของปีนี้ ที่คาดว่ายอดจัดส่งจะทรุดหนักถึงระดับเลขสองหลัก
สำหรับภาพรวมส่วนแบ่งตลาด วีโว่ (Vivo) ครองอันดับหนึ่งที่ 21% ตามมาด้วยซัมซุง (Samsung) และออปโป้ (Oppo) ส่วนแอปเปิ้ล (Apple) ได้ส่วนแบ่งไป 9% โดยได้อานิสงส์จากยอดขาย iPhone 17 ที่ยังคงแข็งแกร่ง
ส่วนแบรนด์ในกลุ่มพรีเมียมที่เติบโตไวที่สุดตกเป็นของกูเกิล (Google) ซึ่งมียอดจัดส่งพุ่งขึ้นถึง 39% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนสำคัญจากจุดขายด้านฟีเจอร์ AI