ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่ 3 ขณะที่ BOJ กำลังประเมินว่าราคาน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูงนั้นจะส่งผลกระทบต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมากเพียงใด
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวเกียวโดในวันจันทร์ (20 เม.ย.) ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75% ในการประชุมวันที่ 27-28 เม.ย. และคาดว่าคณะกรรมการ BOJ จะปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อสำหรับปีงบประมาณ 2569 เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมในวันที่ 28 เม.ย.
ที่ผ่านมานั้น BOJ ได้พิจารณาเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากมองว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำอย่างมากเมื่อพิจารณาร่วมกับอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม BOJ อาจจะรอจนถึงช่วงท้ายของการประชุมเพื่อตัดสินใจในเรื่องนี้ อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพเพื่อหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน
คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ได้กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่กรุงวอชิงตันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่งในการพิจารณาว่า BOJ จะใช้นโยบายตอบสนองต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างไร และ BOJ จะประเมินความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เพื่อกำหนดนโยบายต่อไป
ทั้งนี้ คาดว่า BOJ จะยังคงผลักดันการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยได้ปัจจัยหนุนจากค่าจ้างที่มีการปรับขึ้นอย่างมาก ในการเจรจาค่าจ้างช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือ "ชุนโต" (shunto) ในปีนี้ แต่เชื่อกันว่า BOJ ได้ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Stagflation หรือภาวะที่เงินเฟ้อสูง อัตราว่างงานสูง และเศรษฐกิจเติบโตช้า ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน