บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) เปิดเผยในวันนี้ (30 เม.ย.) ว่า กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของอุปสงค์ชิปหน่วยความจำระดับไฮเอนด์ที่ใช้ในแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ทั้งนี้ กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 ซึ่งสิ้นสุดเดือนมี.ค. พุ่งขึ้นแตะระดับ 47.22 ล้านล้านวอน (3.18 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าจากระดับ 8.22 ล้านล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ส่วนกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นมากกว่า 8 เท่า แตะระดับ 57.23 ล้านล้านวอน จากระดับ 6.68 ล้านล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 69.2% สู่ระดับ 133.87 ล้านล้านวอน จากระดับ 79.14 ล้านล้านวอน
ผลประกอบการของซัมซุงอยู่ในระดับสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยนักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของยอนฮับ อินโฟแมกซ์ (Yonhap Infomax) คาดการณ์ว่า กำไรสุทธิของซัมซุงจะอยู่ที่ 39.12 ล้านล้านวอน
ซัมซุงระบุในแถลงการณ์ว่า กำไรจากการดำเนินงานและยอดขายในไตรมาส 1 ที่ทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์นี้ มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความแข็งแกร่งของยอดขายชิป AI ที่มีอัตรากำไรสูง และราคาหน่วยความจำที่ปรับตัวขึ้นในส่วนธุรกิจโซลูชันอุปกรณ์ (Device Solutions)
นอกจากนี้ ซัมซุงระบุว่า เงินวอนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ มีส่วนช่วยทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านล้านวอน
สำหรับการคาดการณ์ในอนาคต บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 2 เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ระดับโลกหลายแห่งมีการลงทุนจำนวนมากในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะช่วยหนุนราคาชิปหน่วยความจำ และเพื่อให้สามารถรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ ซัมซุงมีแผนที่จะเพิ่มการผลิตหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM4) รุ่นที่ 6 ในปีนี้