ทุนสำรองระหว่างประเทศของอินโดนีเซียดิ่งลงต่อเนื่องในเดือนเม.ย. โดยลดลง 1.95 พันล้านดอลลาร์จากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 1.462 แสนล้านดอลลาร์ ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567
ธนาคารกลางอินโดนีเซียระบุว่า แรงกดดันหลักมาจากการชำระหนี้ต่างประเทศของภาครัฐ รวมถึงการเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์ ส่งผลให้ทุนสำรองลดลงรวมแล้วราว 1.027 หมื่นล้านดอลลาร์ตั้งแต่ต้นปี
ขณะเดียวกัน การลดลงของทุนสำรองยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ โดยทั้งฟิทช์ (Fitch Ratings) และมูดี้ส์ (Moodys Ratings) ยังคงมุมมองเชิงลบต่ออินโดนีเซีย
เงินรูเปียห์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพการคลังภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยืนยันว่า ระดับทุนสำรองในปัจจุบันยังสามารถรองรับการนำเข้าและการชำระหนี้ต่างประเทศได้ประมาณ 5.6 เดือน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศและระบบการเงินของประเทศ
ทั้งนี้ ค่าเงินรูเปียห์เผชิญแรงกดดันอยู่แล้ว แม้ก่อนที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. โดยนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับฐานะการคลังของอินโดนีเซีย ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง รวมทั้งประเด็นความโปร่งใสของตลาดทุนในประเทศ