สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอ (IRNA) ของทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ส่งคำตอบต่อข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของสหรัฐฯ ให้กับปากีสถานซึ่งเป็นคนกลางแล้วในวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) โดยข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะยุติสงครามที่ยืดเยื้อ
ด้านสำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า ร่างข้อเสนอล่าสุดของอิหร่านเพื่อเจรจากับสหรัฐฯ นั้น อิหร่านเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งในทุกแนวรบทันที และรับประกันว่าจะไม่มีการรุกรานอิหร่านอีก นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่าน และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล
ทัสนิมรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า "ข้อเสนอนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยุติสงครามทันที รวมทั้งให้การรับประกันว่าจะไม่มีการรุกรานอิหร่านซ้ำอีก อีกทั้งยังระบุถึงประเด็นอื่น ๆ บางประการภายในข้อตกลงทางการเมือง นอกจากนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังกำหนดกรอบเวลา 30 วันให้สหรัฐฯ ดำเนินการยกเลิกคว่ำบาตรการขายน้ำมันของอิหร่าน และให้ปลดปล่อยสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้หลังจากการบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น"
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธข้อเสนอการยุติสงครามจากอิหร่าน โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้นครอบคลุมถึงการที่อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่าน และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล
ปธน.ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า "ผมเพิ่งได้อ่านคำตอบจากผู้ที่ถูกเรียกว่า "ตัวแทน" ของอิหร่าน ผมไม่ชอบข้อเสนอนี้เลย นี่เป็นข้อเสนอที่ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง!"
การแสดงความเห็นดังกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่อิหร่านได้ส่งคำตอบต่อข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของสหรัฐฯ ให้กับปากีสถานซึ่งเป็นคนกลางแล้วในวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) โดยสำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า ร่างข้อเสนอล่าสุดของอิหร่านเพื่อเจรจากับสหรัฐฯ นั้น อิหร่านเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งในทุกแนวรบทันที และรับประกันว่าจะไม่มีการรุกรานอิหร่านอีก นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่าน และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล
-- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (11 พ.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธข้อเสนอการยุติสงครามจากอิหร่าน และหลังจากเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเตือนว่า การทำสงครามกับอิหร่าน "ยังไม่จบ" ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจกลับมารุนแรงอีก ซึ่งจะส่งผลให้อุปทานพลังงานเผชิญภาวะชะงักงัน
สัญญาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 3.08% แตะที่ระดับ 95.42 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงเช้านี้ และสัญญาน้ำมันเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 3.16% แตะระดับ 104.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
-- มหาวิทยาลัยในกรุงโตเกียวเปิดตัวห้องปฏิบัติการที่ใช้หุ่นยนต์ปฏิบัติการทดลองทางการแพทย์แทนนักวิจัยที่เป็นมนุษย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนกระบวนการวิจัยเกือบทั้งหมดให้เป็นระบบอัตโนมัติในอนาคต
ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ (Robotics Innovation Center) ตั้งอยู่ที่วิทยาเขตยูชิมะของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งโตเกียว (Institute of Science Tokyo) ภายในศูนย์ประกอบด้วยหุ่นยนต์ 10 ตัว รวมถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชื่อ Maholo LabDroid โดยที่ห้องปฏิบัติการแห่งนี้จะไม่มีพนักงานที่เป็นมนุษย์ประจำการอยู่เลย
ทางมหาวิทยาลัยมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์จำนวนมากในระยะยาว พร้อมทั้งบูรณาการระบบอัตโนมัติเข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หุ่นยนต์เหล่านี้สามารถใช้แขนทั้งสองข้างปฏิบัติงานที่ต้องอาศัยความละเอียด เช่น การตวงสารเคมีในปริมาณที่กำหนด การเปิด-ปิดประตูเครื่องควบคุมอุณหภูมิเพื่อวางหรือนำวัสดุทดลองออก นอกจากนี้ ยังสามารถดำเนินการเพาะเลี้ยงเซลล์ตามที่ได้โปรแกรมไว้ล่วงหน้าได้อย่างอัตโนมัติ
-- องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าทุกคนที่อยู่บนเรือสำราญลำที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฮันตา ถือเป็นผู้สัมผัส "เสี่ยงสูง" และต้องได้รับการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 42 วัน
มาเรีย ฟาน เคอร์โคฟ ผู้อำนวยการฝ่ายเตรียมความพร้อมและป้องกันโรคระบาดและโรคระบาดใหญ่ของ WHO กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ (9 พ.ค.) ว่า "เราจัดประเภททุกคนบนเรือให้เป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง" พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่าในขณะนี้ยังไม่มีใครบนเรือที่มีอาการป่วย แต่แนะนำให้ "เฝ้าระวังและติดตามอาการผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนที่ลงจากเรือ เป็นระยะเวลา 42 วัน"
อย่างไรก็ตาม เธอเน้นย้ำว่าความเสี่ยงต่อสาธารณชนและประชาชนในหมู่เกาะคานารี ซึ่งเป็นจุดหมายที่เรือ MV Hondius คาดว่าจะเข้าเทียบท่าในวันอาทิตย์นี้ ยังคงอยู่ในระดับ "ต่ำ"
-- อาเซียน (ASEAN) เห็นชอบเพิ่มความร่วมมือด้านกิจการทางทะเล และเตรียมจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านประเด็นทางทะเล โดยฟิลิปปินส์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวอาจช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยกรณีการปิดช่องแคบฮอร์มุซในทะเลจีนใต้
ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ในฐานะเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียน เปิดเผยว่า กลุ่มอาเซียนจะจัดตั้ง "ศูนย์กลางข้อมูลด้านประเด็นทางทะเลและนโยบายทางทะเล" เพื่อใช้เป็นกรอบกำกับดูแลของกลุ่ม 11 ประเทศ โดยฟิลิปปินส์เสนอให้ตั้งศูนย์ดังกล่าวในประเทศของตน
มาร์กอสระบุว่า ศูนย์ประสานงานทางทะเลอาเซียน (Asean Maritime Center) จะมุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัย เสรีภาพในการเดินเรือ และความเป็นระเบียบในทะเลจีนใต้ รวมถึงติดตามปัญหาการประมงผิดกฎหมาย การลักลอบขนสินค้า และการค้ามนุษย์
เขาอธิบายว่า ปริมาณการเดินเรือในทะเลจีนใต้มีจำนวนมหาศาล แต่ปัจจุบันแต่ละประเทศยังดำเนินการติดตามและกำกับดูแลแยกกัน ทำให้จำเป็นต้องมีระบบกลางในการบริหารจัดการ
-- แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ค.) ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และอินเดีย มีแผนจะพบปะกันในช่วงปลายเดือนพ.ค. ที่กรุงนิวเดลี โดยประเด็นการหารือเรื่องการลดพึ่งพาจีนในด้านแร่ธาตุสำคัญมีแนวโน้มเป็นหนึ่งในวาระหลักในการประชุม
การประชุมดังกล่าวจะถือเป็นการพบกันครั้งแรกของรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม "ควอด" (Quad) นับตั้งแต่เดือนก.ค. ปีที่แล้ว
ก่อนหน้านี้ ทั้ง 4 ประเทศเคยวางแผนจัดการประชุมผู้นำที่อินเดียเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว แต่ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอินเดียมีความตึงเครียดมากขึ้น รวมถึงท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาท้าทายระดับโลกและภูมิภาคผ่านความร่วมมือพหุภาคี