โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ประเมินว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ในเกาหลีใต้และไต้หวัน มีแนวโน้มหนุนดุลการค้าของทั้งสองประเทศขยายตัวต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็กดดันธนาคารกลางให้พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้
นักเศรษฐศาสตร์โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 2 ครั้ง ในไตรมาส 3 และ 4 ขณะที่ไต้หวันมีแนวโน้มปรับขึ้น 0.125% จำนวน 2 ครั้ง ในไตรมาส 2 และ 4
รายงานระบุว่า มูลค่าส่งออกที่เกี่ยวข้องกับ AI ของเกาหลีใต้อาจเพิ่มขึ้นแตะเกือบ 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีนี้ ขณะที่ไต้หวันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกินระดับ 30% ของ GDP แต่การส่งออกนอกกลุ่มเทคโนโลยียังคงซบเซา จากภาวะอุปทานล้นตลาดในภูมิภาคและแรงกดดันด้านพลังงาน
ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดพบว่า เศรษฐกิจไต้หวันไตรมาสแรกขยายตัวเร็วที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี ขณะที่การส่งออกของเกาหลีใต้เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ส่งผลให้เกิดลักษณะเศรษฐกิจที่เติบโตไม่เท่ากัน โดยบางภาคส่วนได้รับอานิสงส์จากการขยายตัว ขณะที่อีกส่วนยังคงฟื้นตัวล่าช้า หรือในรูปแบบเศรษฐกิจตัว K
"เศรษฐกิจรูปตัว K" (K-shaped economy) คือ ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่ได้กำไรจากตลาดหุ้นขาขึ้น ในขณะที่กลุ่มคนชั้นกลางและผู้มีรายได้น้อยกลับต้องแบกรับภาระหนักจากตลาดแรงงานที่ซบเซาและราคาสินค้าที่สูงขึ้น
โกลด์แมนแซคส์ประเมินเพิ่มเติมว่า การส่งออกเทคโนโลยีที่เติบโตต่อเนื่องจะผลักดันให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของเกาหลีใต้เกิน 10% ของ GDP ภายในปี 2569 ขณะที่ไต้หวันมีแนวโน้มพุ่งเกิน 20% ของ GDP โดยที่ผ่านมา เกาหลีใต้นำเงินเกินดุลไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก ส่วนไต้หวันไหลเข้าสู่เงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งเริ่มเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินในระยะถัดไป