วิกฤตฮอร์มุซหนุนขนส่งน้ำมันผ่านคลองปานามาเพิ่มกว่า 70%

ข่าวต่างประเทศ Tuesday May 12, 2026 13:16 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บริษัทวิจัย Kpler เปิดเผยว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านคลองปานามาในเดือนเม.ย.พุ่งขึ้นมากกว่า 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังช่องแคบฮอร์มุซแทบไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันในเอเชียเร่งหาน้ำมันจากสหรัฐฯ มาทดแทน

ข้อมูลระบุว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านคลองปานามาในเดือนเม.ย.เฉลี่ยอยู่ที่ 1.77 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยรายวันของปี 2568 ถึง 74% และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปี 2556

ขณะเดียวกัน ปริมาณการขนส่งน้ำมันที่มุ่งหน้าไปยังญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า สู่ระดับ 260,000 บาร์เรลต่อวันในช่วงเวลาเดียวกัน

โดยปกติ การขนส่งน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ไปยังเอเชียมักใช้เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) ซึ่งไม่สามารถผ่านคลองปานามาได้ จึงต้องอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮปทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา แม้จะใช้เวลานานกว่า แต่มีต้นทุนต่ำกว่า

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้หลายประเทศในเอเชียที่พึ่งพาพลังงานจากภูมิภาคดังกล่าว เช่น ญี่ปุ่นและจีน เร่งนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เพื่อทดแทนอุปทานที่หายไป โดยหันมาใช้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กและขนาดกลางที่สามารถผ่านคลองปานามาได้

แม้ในภาวะปกติ คลองปานามาก็มีเรือคอนเทนเนอร์ เรือขนส่งรถยนต์ เรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และเรือสินค้าเทกองสัญจรอย่างหนาแน่นอยู่แล้ว ขณะที่ข้อจำกัดของระบบประตูน้ำทำให้คลองรองรับจำนวนเรือได้จำกัดในแต่ละวัน

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเรือบรรทุกน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจึงเริ่มทำให้เกิดความแออัดในการสัญจรผ่านคลองปานามามากขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ