โตเกียว โชโก รีเสิร์ช (Tokyo Shoko Research) บริษัทวิจัยสินเชื่อ เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (13 พ.ค.) ว่า บริษัทญี่ปุ่นที่ล้มละลายเพราะต้นทุนสินค้าเพิ่มสูงขึ้นมีจำนวน 85 แห่งในเดือนเม.ย. ซึ่งสูงสุดอันดับสามเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากเงินเยนอ่อนค่าส่งผลให้ต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบและพลังงานเพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน จำนวนบริษัทล้มละลายทั้งหมดที่มีหนี้สินอย่างน้อย 10 ล้านเยน (ราว 63,000 ดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 6.6% จากปีก่อนหน้า สู่ระดับ 883 แห่ง นับว่าเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน
เจ้าหน้าที่ของบริษัทวิจัยระบุว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ "จะยิ่งเลวร้ายลงอีก" หากความปั่นป่วนในช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อต่อไป ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากการที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา
เมื่อพิจารณาตามภาคอุตสาหกรรม จำนวนบริษัทล้มละลายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วใน 7 ภาคส่วน ซึ่งรวมถึงการก่อสร้าง การผลิต และการค้าส่ง โดยภาคการก่อสร้างมีจำนวนบริษัทล้มละลายเพิ่มขึ้น 21.7% แตะที่ 185 แห่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้บริโภคชะลอการซื้อบ้าน โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาบ้านที่พุ่งสูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทขนาดเล็กที่มีหนี้สินต่ำกว่า 100 ล้านเยน คิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของบริษัทล้มละลายทั้งหมด ส่วนบริษัทที่มีหนี้สินตั้งแต่ 100 ล้านเยนขึ้นไป แต่ต่ำกว่า 1,000 ล้านเยนล้มละลายเพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทที่มีหนี้สินตั้งแต่ 10,000 ล้านเยนขึ้นไปไม่มีรายใดล้มละลาย