รัฐบาลสหรัฐอเมริกาอนุมัติการขายชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่น H200 ของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) ให้แก่บริษัทสัญชาติจีนประมาณ 10 แห่งแล้ว อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการส่งมอบสินค้าเกิดขึ้นแต่อย่างใด ส่งผลให้ข้อตกลงที่มีเดิมพันสูงนี้ตกอยู่ในสภาวะคลุมเครือ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ในขณะที่ เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia กำลังพยายามหาทางออกระหว่างการเยือนจีนในสัปดาห์นี้
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้อนุมัติให้บริษัทจีนราว 10 แห่ง ซึ่งรวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba, Tencent, ByteDance และ JD.com สามารถจัดซื้อชิป H200 ได้ นอกจากนี้ยังมีบริษัทตัวแทนจำหน่ายอย่าง Lenovo และ Foxconn ที่ได้รับอนุมัติเช่นกัน โดยเงื่อนไขใบอนุญาตระบุว่าลูกค้าแต่ละรายสามารถซื้อชิปได้สูงสุด 75,000 ตัว
อย่างไรก็ดี แม้จะได้รับสัญญาณไฟเขียวจากทางการสหรัฐฯ แต่มีรายงานว่าบริษัทจีนหลายแห่งได้สั่งชะลอหรือหยุดการสั่งซื้อไว้ชั่วคราว หลังจากได้รับคำแนะนำจากรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเริ่มมีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการพึ่งพาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงจากต่างประเทศ
ชิป H200 ที่ผลิตโดยอินวิเดีย ถือเป็นหนึ่งในหน่วยประมวลผล AI ที่ล้ำสมัยที่สุดของบริษัท และเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันระดับโลกในด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ โดยเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia กำลังพยายามผลักดันการเจรจาในประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาช่องทางการเข้าถึงตลาดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับการเติบโตในระยะยาวของบริษัท แต่ผลลัพธ์ของความพยายามนี้ยังคงไม่มีความแน่นอน
แหล่งข่าวระบุว่า หวง ซึ่งเดิมไม่มีรายชื่ออยู่ในคณะตัวแทนทำเนียบขาวที่จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ได้เข้าร่วมการเดินทางครั้งนี้ด้วยในช่วงนาทีสุดท้าย ซึ่งสร้างความหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะช่วยปลดล็อกความพยายามในการจำหน่ายชิป H200 ในจีนที่หยุดชะงักมานาน
Nvidia ต้องตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของสองประเทศ โดยก่อนที่สหรัฐฯ จะคุมเข้มการส่งออก อินวิเดียครองส่วนแบ่งตลาดชิปขั้นสูงในจีนถึง 95% และทำรายได้จากจีนคิดเป็น 13% ของรายได้ทั้งหมด โดยหวงเคยประเมินว่าตลาด AI ในจีนเพียงแห่งเดียวจะมีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้
ทั้งนี้ เส้นทางการซื้อขายถูกขัดขวางด้วยข้อกำหนดที่ซับซ้อนจากทั้งสองฝ่าย ดังนี้
- เงื่อนไขจากสหรัฐฯ: ผู้ซื้อชาวจีนต้องพิสูจน์ว่ามี "ขั้นตอนความปลอดภัยที่เพียงพอ" และจะไม่นำชิปไปใช้ในทางการทหาร
- ข้อตกลงด้านรายได้: ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เจรจาข้อตกลงที่สหรัฐฯ จะได้รับส่วนแบ่ง 25% จากรายได้การขายชิป ซึ่งโครงสร้างนี้กำหนดให้ชิปต้องผ่านอาณาเขตของสหรัฐฯ ก่อนส่งไปยังจีนเพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย
- ความระแวงของจีน: ข้อกำหนดดังกล่าวสร้างความกังวลให้ปักกิ่งในเรื่องการดัดแปลงหรือช่องโหว่ที่อาจถูกซ่อนไว้ นอกจากนี้ สภาแห่งรัฐของจีนยังได้ออกระเบียบด้านความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทานฉบับใหม่ เพื่อกำจัดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวต่อวุฒิสภาเมื่อเดือนที่แล้วว่า รัฐบาลกลางจีนยังไม่อนุญาตให้บริษัทเหล่านั้นซื้อชิป เพราะพวกเขาต้องการมุ่งเน้นการลงทุนไปที่อุตสาหกรรมในประเทศของตนเอง
ความลังเลของปักกิ่งสะท้อนถึงการคำนวณเชิงกลยุทธ์ เพราะเกรงว่าการนำเข้าชิปจะไปลดทอนความพยายามในการพัฒนาชิป AI ของตนเอง ขณะนี้บริษัทอย่าง DeepSeek เริ่มประกาศความสำเร็จในการพึ่งพาชิปในประเทศ รวมถึงชิปจาก Huawei ซึ่งสถานการณ์นี้ทำให้ตำแหน่งของ Nvidia ในจีนเริ่มสั่นคลอน โดยหวงเคยเตือนว่ามาตรการควบคุมการส่งออกกำลังกัดเซาะส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทจนเกือบเป็นศูนย์