ข้อมูลจาก Mortgage News Daily ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสหรัฐระยะเวลา 30 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 6.75% ในวันนี้ (19 พ.ค.) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.2568
การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐส่งผลให้ชาวอเมริกันต้องแบกรับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัย รถยนต์ และอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตต่างก็ปรับตัวขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทะยานขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงเทขายพันธบัตรอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่าเงินเฟ้อกำลังมีแนวโน้มพุ่งขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 19 ปี
ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงทางการเมืองจากการเพิ่มขึ้นของการขาดดุลงบประมาณ แตะระดับ 5.181% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2550
ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง, สินเชื่อรถยนต์ และดอกเบี้ยบัตรเครดิต พุ่งแตะระดับ 4.659% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2568
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ส่งผลให้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ดีดตัวขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสร้างความวิตกแก่นักลงทุนในตลาด และทำให้มีการคาดการณ์ว่า การดำเนินการครั้งต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ย แทนที่จะเป็นการปรับลดดอกเบี้ย
นายโมฮิต กุมาร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และนักกลยุทธ์ของ Jefferies กล่าวว่า มุมมองหลักที่ครอบงำตลาดพันธบัตรทั่วโลกในขณะนี้ ถูกขับเคลื่อนโดยผลกระทบของเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งมีสาเหตุหลักจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณ และในกรณีของสหราชอาณาจักร ยังรวมถึงความผันผวนทางการเมืองภายในประเทศ
นายกุมาร์ให้สัมภาษณ์กับรายการ Europe Early Edition ของสำนักข่าว CNBC ว่า "แม้มีการบรรลุข้อตกลงในตะวันออกกลาง แต่ราคาน้ำมันก็จะยังไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม เราคิดว่ามันจะยังสูงขึ้นอีก 25-30% ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า"
นายกุมาร์ยังชี้ถึงผลกระทบจากการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยกล่าวว่า "ทุกประเทศจะต้องออกมาตรการอุดหนุนค่าน้ำมันให้แก่ครัวเรือน ซึ่งหมายความว่าเราจะเห็นการกู้ยืมเพิ่มขึ้น และนั่นจะสร้างแรงกดดันต่อพันธบัตรระยะยาว"
ผลสำรวจของ Bank of America ที่เผยแพร่ในวันนี้ แสดงให้เห็นว่า 62% ของผู้จัดการกองทุนทั่วโลกที่ตอบแบบสอบถาม คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี จะพุ่งแตะระดับ 6% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2542 ขณะที่มีผู้จัดการกองทุนเพียง 20% เท่านั้นที่คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี จะอยู่ที่ระดับ 4%
ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกำลังคุกคามผู้บริโภคชาวอเมริกัน และอาจบั่นทอนช่วงขาขึ้นของตลาดหุ้น โดยตลาดหุ้นสหรัฐเผชิญแรงกดดันในช่วงที่ผ่านมา หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว