อังกฤษออกมาตรการช่วยค่าครองชีพ รับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

ข่าวต่างประเทศ Friday May 22, 2026 10:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอังกฤษ ประกาศมาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่เผชิญต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ครอบคลุมค่าไฟ ค่าน้ำมัน ราคาอาหาร และค่าใช้จ่ายช่วงฤดูร้อน

รีฟส์กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางถือเป็นความท้าทายสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจำเป็นต้องดูแลทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ควบคู่กับการรับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสม

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มาตรการดังกล่าวรวมถึงการจัดตั้งกองทุน Critical Chemicals Resilience Fund วงเงิน 350 ล้านปอนด์ (470 ล้านดอลลาร์) เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตสารเคมีเชิงยุทธศาสตร์ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานสูง นอกจากนี้ ยังรวมถึงกองทุนอีก 120 ล้านปอนด์ (161 ล้านดอลลาร์) สำหรับอุตสาหกรรมเซรามิกของอังกฤษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนพลังงาน

สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้านค่าขนส่งและเชื้อเพลิงนั้น รีฟส์ระบุว่า รัฐบาลจะยกเว้นภาษีรถบรรทุกหนักเป็นเวลา 12 เดือน ซึ่งจะช่วยให้รถบรรทุกทั่วไปประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 912 ปอนด์ (1,225 ดอลลาร์)

นอกจากนี้ รัฐบาลจะปรับลดภาษีน้ำมันดีเซลสำหรับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมขนส่งทางรางลงมากกว่า 1 ใน 3 จนถึงสิ้นปี และจะเพิ่มอัตราค่าเดินทางปลอดภาษีสำหรับแรงงานอีก 10 เพนซ์ต่อไมล์ โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่เดือนเม.ย. 2569

รีฟส์ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ปรับขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงในปีนี้ โดยระบุว่าเป็นผลจากแรงกดดันด้านราคาพลังงานที่เกิดจากสงคราม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะระงับภาษีนำเข้าสินค้าอาหารมากกว่า 100 รายการที่จำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมคาดหวังให้ผู้ประกอบการส่งต่อประโยชน์ด้านราคาสู่ผู้บริโภคอย่างเต็มจำนวน

กระทรวงฯ ประเมินว่า มาตรการลดภาษีดังกล่าวจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์มากกว่า 150 ล้านปอนด์ (202 ล้านดอลลาร์) ต่อปี

ทั้งนี้ มาตรการชุดนี้มีขึ้นในช่วงที่ครัวเรือนอังกฤษเผชิญแรงกดดันรอบใหม่จากราคาพลังงาน โดยคอร์นวอลล์ อินไซต์ (Cornwall Insight) บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานคาดว่า ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเฉลี่ยของครัวเรือนที่ใช้ทั้งไฟฟ้าและก๊าซอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1,850 ปอนด์ (2,486 ดอลลาร์) ต่อปี จากปัจจุบันที่ 1,641 ปอนด์ (2,205 ดอลลาร์)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ