ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยันยังไม่เก็บภาษีนำเข้าชิป หวั่นกระทบการผลิตในประเทศ

ข่าวต่างประเทศ Saturday May 23, 2026 13:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สหรัฐฯ ยังไม่มีแผนประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์ในทันที แม้รัฐบาลจะยังคงมองว่า ภาษีนำเข้าเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องอุตสาหกรรมชิปและผลักดันการย้ายฐานการผลิตกลับสู่ประเทศ

เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวระหว่างเข้าร่วมโครงการขยายโรงงานผลิตชิปหน่วยความจำของบริษัทไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology) ใกล้กรุงวอชิงตัน ดีซี ว่า การใช้มาตรการภาษีภายใต้การสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติ มาตรา 232 ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเหมาะสมทั้งด้านช่วงเวลาและระดับของมาตรการ เพื่อสนับสนุนการเพิ่มกำลังการผลิตชิปในประเทศ

เขาระบุว่า แม้การเก็บภาษีนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์จะมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ การกำหนดจังหวะเวลาและระดับภาษีให้เหมาะสม พร้อมย้ำว่า จะยังไม่มีการเรียกเก็บภาษีใหม่ในทันที

เกรียร์กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน และมีการย้ายฐานการผลิตออกนอกสหรัฐฯ มานานหลายสิบปี ดังนั้น รัฐบาลต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ภาษีกับบริษัทที่กำลังผลิตชิปอยู่ในปัจจุบัน และจะเปิดทางให้สามารถนำเข้าชิปได้ในปริมาณหนึ่งระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านของการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ

ก่อนหน้านี้ในเดือนม.ค. รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ผลิตชิปได้เพียงประมาณ 10% ของความต้องการใช้งานภายในประเทศ ทำให้ยังต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศอย่างมาก

ด้านไมครอนเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) ว่า บริษัทได้เริ่มการผลิตเวเฟอร์ DRAM รุ่น 1-alpha ที่เมืองมานาสซาส รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นชิปหน่วยความจำที่ล้ำสมัยที่สุดที่ผลิตในสหรัฐฯ

ชิป DRAM ถือเป็นส่วนสำคัญของอุปกรณ์หลากหลายประเภท ทั้งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล รถยนต์ ภาคอุตสาหกรรม ระบบสื่อสารไร้สาย และ AI ขณะที่หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High-Bandwidth Memory) ของไมครอน มีบทบาทสำคัญในการรองรับโมเดล AI รุ่นใหม่

เมื่อเดือนมิ.ย. 2568 ไมครอนประกาศเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ อีก 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้แผนการลงทุนรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ในเดือนธ.ค. 2567 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้อนุมัติเงินอุดหนุนเกือบ 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับไมครอน เพื่อใช้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในรัฐนิวยอร์กและไอดาโฮ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเงินสนับสนุนรายใหญ่ที่สุดภายใต้กฎหมาย CHIPS and Science Act วงเงิน 5.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ประกาศใช้ในปี 2565


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ