รัฐสภาญี่ปุ่นมีมติผ่านร่างกฎหมายฉบับแก้ไขในวันนี้ (29 พ.ค.) เพื่อยกระดับการคัดกรองการลงทุนจากต่างชาติ โดยเตรียมจัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างหลายกระทรวงในลักษณะคล้ายคณะกรรมการกำกับการลงทุนต่างชาติของสหรัฐ (CFIUS) เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเทคโนโลยีสำคัญและข้อมูลด้านความมั่นคง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการค้า จะเปิดทางให้ขยายขอบเขตการตรวจสอบล่วงหน้า (pre-screening) ครอบคลุมการลงทุนที่อาจกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพในการระบุการลงทุนจากต่างชาติที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคง
ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาในวันนี้ หลังจากผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปก่อนหน้านี้
กฎหมายกำหนดให้รัฐบาลต้องตรวจสอบนักลงทุนต่างชาติล่วงหน้าเมื่อเข้าถือหุ้นในระดับที่กำหนดในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับความมั่นคง เช่น พลังงานนิวเคลียร์ กลาโหม การบิน และไฟฟ้า
ภายใต้กฎหมายฉบับแก้ไข การตรวจสอบจะขยายครอบคลุมกรณีที่บริษัทต่างชาติไปเข้าซื้อกิจการของบริษัทต่างชาติอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งถือหุ้นในบริษัทญี่ปุ่นอยู่แล้วด้วย
หากพบความเสี่ยงด้านความมั่นคงในระดับสูงเป็นพิเศษ เช่น นักลงทุนที่เคยละเมิดกฎหมายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รัฐบาลจะมีอำนาจตรวจสอบกิจกรรมของบริษัทได้ แม้ในอุตสาหกรรมที่ยังไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตปัจจุบัน
นอกจากนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐบาลต่างชาติ จะถูกจัดให้อยู่ในนิยาม "นักลงทุนต่างชาติ" และต้องยื่นเอกสารข้อมูลการดำเนินธุรกิจต่อภาครัฐ
ทั้งนี้ คณะทำงานที่จะจัดตั้งขึ้นมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานร่วม โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม และกระทรวงกลาโหมเข้าร่วมด้วย