ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกเปิดปรับตัวลงในวันนี้ (4 มิ.ย.) ตามทิศทางการร่วงลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนพลังงานและภาวะเงินเฟ้อ
สนามบินนานาชาติคูเวตถูกโจมตีโดยอิหร่านในช่วงเช้าวันพุธ (3 มิ.ย.) เพียงหนึ่งวันหลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command) เปิดเผยว่า สามารถสกัดขีปนาวุธทิ้งตัวและโดรนของอิหร่านได้หลายลำ พร้อมทั้งดำเนินการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองบนเกาะเคชม (Qeshm Island) ในอ่าวเปอร์เซีย
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้ต่อความพยายามโจมตีจากกรุงเตหะรานของอิหร่าน
-- สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเมื่อวันพุธ (3 มิ.ย.) เพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในการดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านต่อไป โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คนลงคะแนนร่วมกับสมาชิกพรรคเดโมแครต
มติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 215 ต่อ 208 เสียง โดยกำหนดให้ทรัมป์ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากสงครามกับอิหร่าน เว้นแต่สภาคองเกรสจะอนุมัติให้มีการดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม
-- อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงเมื่อวันพุธ (3 มิ.ย.) ในการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง ตามแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่ภายหลังการเจรจาไตรภาคีในกรุงวอชิงตัน
แถลงการณ์ระบุว่า การมีผลบังคับใช้ของข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องยุติการโจมตีทั้งหมดโดยสิ้นเชิง และต้องอพยพกำลังพลของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทั้งหมดออกจากพื้นที่เซาท์ลิตานี (South Litani Sector) ด้วยเช่นกัน
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธ (3 มิ.ย.) ว่า เขาจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ซึ่งฝรั่งเศสจะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมในช่วงกลางเดือนมิ.ย.
ทรัมป์ประกาศเรื่องดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับสมาชิกยุโรปบางประเทศในกลุ่ม G7 จะตึงเครียดมากขึ้น จากประเด็นสงครามอิหร่านที่ทรัมป์เปิดฉากร่วมกับอิสราเอลเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ.
ในโพสต์บน Truth Social ทรัมป์ระบุว่า เขาจะเดินทางไปร่วมการประชุม G7 ทันทีหลังจากจบการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (Ultimate Fighting Championship: UFC) ที่จะจัดขึ้นบนสนามหญ้าทำเนียบขาวในวันที่ 14 มิ.ย. ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 80 ปีของเขา
-- องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้เปิดตัวรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรายไตรมาส โดยปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2.9% เหลือโต 2.8% ในปี 2569
ตัวเลขนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า การส่งออกน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซียจะกลับคืนสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งภายในไตรมาส 3 ของปีนี้
OECD เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกกำลังตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งได้กดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจไปแล้ว และอาจซ้ำเติมให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย รวมถึงดันให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยทิศทางความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจน่าจะคงอยู่ไปอีกระยะหนึ่ง แม้ความขัดแย้งยุติลงในวันหนึ่ง
-- สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 8 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 433.7 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 29 พ.ค. ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 4 ล้านบาร์เรล
สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง เนื่องจากความต้องการส่งออกและความต้องการจากโรงกลั่นยังคงแข็งแกร่ง โดยสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐ ลดลง 583,000 บาร์เรล
ในขณะเดียวกัน สต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นในรอบสัปดาห์ดังกล่าว โดยสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 0.5 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 0.3 ล้านบาร์เรล
-- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานทะยานขึ้น 4.8% ในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 11 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568 หลังจากที่ขยายตัว 1.8% ในเดือนมี.ค. ทั้งยังมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 4.6% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในกลุ่มเครื่องบินพาณิชย์และกระแสความนิยมในการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านยังคงเป็นความเสี่ยง
เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดสั่งซื้อในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 6.0%
ยอดสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์พุ่งทะยานขึ้นถึง 165.9% ในเดือนเม.ย. หลังจากที่ลดลง 23.0% ในเดือนมี.ค. โดยโบอิง (Boeing) ได้รับยอดสั่งซื้อจำนวน 136 ลำในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบกับยอดสั่งซื้อเพียง 33 ลำในเดือนมี.ค.
-- สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ อยู่ที่ระดับ 54.5 สูงขึ้นจากระดับ 53.6 ในเดือนเม.ย. และดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 53.7
ดัชนีปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคบริการสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนีราคาต้นทุนของภาคธุรกิจพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 เนื่องจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ต้องแบกรับแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากวิกฤตราคาพลังงานจากชนวนเหตุความขัดแย้ง
ทั้งนี้ ภาคบริการถือเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักที่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดในสหรัฐฯ และเป็นหัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก
-- ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 122,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 117,000 ตำแหน่ง จากระดับ 105,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย.
ตลาดแรงงานกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้งหลังจากที่สั่นคลอนไปในปีที่แล้ว ท่ามกลางความไม่แน่นอนซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านจะส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นและกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แต่ยอดการเลิกจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ ADP เปิดเผยว่า ตัวเลขค่าจ้างเพิ่มขึ้น 4.4% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 4.4% เช่นกันในเดือนเม.ย.
-- ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (4 มิ.ย.)
เกาหลีใต้เปิดเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนพ.ค.
ออสเตรเลียเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนเม.ย.
อียูเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.
สหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์