ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำพิพากษาเมื่อวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) สนับสนุนระบบการสั่งปรับของคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC) โดยตัดสินให้ เอที แอนด์ ที (AT&T) และ เวอไรซอน (Verizon) ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย เป็นฝ่ายแพ้คดีในข้อพิพาทเรื่องการเรียกเก็บค่าปรับเกือบ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฐานลักลอบนำข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของลูกค้าไปขายอย่างผิดกฎหมาย
ศาลสูงสุดมีมติ 8 ต่อ 1 เสียง ปฏิเสธข้อโต้แย้งของค่ายมือถือที่ระบุว่า กระบวนการพิจารณาเป็นการภายในของ FCC เป็นการลิดรอนสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่จะต้องได้รับการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกโรงปกป้องระบบของ FCC ในการประเมินบทลงโทษทางการเงิน หรือที่เรียกว่าคำสั่งปรับเงิน (Forfeiture Orders)
จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลสูงสุดสหรัฐฯ ฝ่ายอนุรักษนิยม เป็นผู้เขียนคำพิพากษาฉบับนี้ ขณะที่ คลาเรนซ์ โทมัส ผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยม เป็นเพียงเสียงข้างน้อยเสียงเดียวที่คัดค้าน
ทั้งนี้ ศาลเห็นพ้องกับข้อโต้แย้งของรัฐบาลปธน.ทรัมป์ที่ว่า ระบบพิจารณาภายในของ FCC ไม่ได้ปิดกั้นคู่กรณีจากการยื่นคำร้องคัดค้านการประเมินของหน่วยงานตามกระบวนการทางกฎหมายแต่อย่างใด
"คำสั่งปรับเงินที่ออก (โดย FCC) ไม่ได้เป็นข้อยุติภาระผูกพันทางกฎหมายของคู่กรณีอย่างเด็ดขาด" โรเบิร์ตส์ระบุ"และการวินิจฉัยข้อเท็จจริงของคณะกรรมการฯ ก็ยังไม่ใช่บทสรุปชี้ขาด" โรเบิร์ตส์กล่าวเสริม "ดังนั้น การที่คณะกรรมการฯ ออกคำสั่งปรับเงินโดยไม่มีคณะลูกขุนเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่ถือเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ"
ด้าน เบรนแดน คาร์ ประธาน FCC ได้ออกมาขานรับคำตัดสินดังกล่าวว่า "สภาคองเกรสได้มอบหมายให้ FCC มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายการสื่อสารและกฎระเบียบของหน่วยงาน และเราจะเดินหน้าเอาผิดบริษัทต่าง ๆ ต่อไป" โดยอ้างอิงถึงกฎหมายที่จัดตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ FCC ได้สั่งปรับ AT&T เป็นเงิน 57 ล้านดอลลาร์ และเวอไรซอนเกือบ 47 ล้านดอลลาร์ หลังจากทางหน่วยงานตรวจสอบพบว่าบริษัทเหล่านี้ได้ลักลอบขายสิทธิการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของลูกค้าให้กับบุคคลภายนอก โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการ
โดยรวมแล้ว FCC ได้สั่งปรับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ละเลยการปกป้องข้อมูลลูกค้าเป็นเงินเกือบ 200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงการสั่งปรับ ที-โมบาย (T-Mobile) 80 ล้านดอลลาร์ และ สปรินต์ (Sprint) ซึ่งถูกที-โมบายซื้อกิจการไปเมื่อปี 2563 อีกจำนวน 12 ล้านดอลลาร์
ในการชี้แจงเพื่อปกป้องระบบภายในของ FCC ทนายความจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า การประเมินค่าปรับของหน่วยงานไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมายในทันที หากรัฐบาลยื่นฟ้องบังคับคดีต่อศาล บริษัทต่าง ๆ ก็ยังมีสิทธิที่จะชี้แจงเหตุผลและต่อสู้คดีของตนต่อหน้าคณะลูกขุนได้ตามปกติ
ขณะที่ทางฝั่งบริษัทค่ายมือถือโต้แย้งว่า ระบบของ FCC เป็นการนำกระบวนการที่ควรจะเกิดขึ้นในศาลมาพิจารณากันเองภายในอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นการลิดรอนสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุน นอกจากนี้ ฝั่งบริษัทค่ายมือถือยังระบุด้วยว่า การประเมินความผิดเบื้องต้นของ FCC นั้น ได้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัทไปแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่ผู้ถูกกล่าวหาจะมีโอกาสได้ขึ้นศาลเพื่อต่อสู้คดีเสียอีก