ซิตี้ (Citi) ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เนื่องจากมองว่าสถานการณ์การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ภายหลังสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างยืนยันการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย
ธนาคารปรับลดคาดการณ์ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบเบรนท์ในไตรมาส 3 ปีนี้ ลงมาอยู่ที่ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และไตรมาส 4 ลงมาอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันเบรนท์ในปี 2570 เหลือ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ซิตี้ระบุว่า สำหรับกรณีฐานใหม่ ซึ่งกำหนดความน่าจะเป็นไว้ที่ 60% ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า MoU ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการ และการเจรจาจะช่วยให้การเดินเรือและการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในช่วงกลางถึงปลายเดือนก.ค.
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามใน MoU ดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ดี พิธีลงนามจะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
นักวิเคราะห์ของธนาคารกล่าวว่า ตลาดกำลังตอบรับเพียงข่าวการบรรลุ MoU เท่านั้น แต่ยังไม่ได้สะท้อนความเป็นไปได้ที่การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมามีเสถียรภาพในระยะกลางอย่างเต็มที่ โดยหากปัจจัยดังกล่าวถูกนำมาประเมินอย่างครบถ้วน ราคาน้ำมันดิบอาจต่ำกว่าระดับปัจจุบันอีกราว 10-15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในรายงานฉบับเดียวกัน ซิตี้ยังปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำในช่วง 0-3 เดือนข้างหน้าเป็น 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิม 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาโลหะเงินเป็น 70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จาก 60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมองว่าบรรยากาศการลงทุนและความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยงมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น
นอกจากนี้ ซิตี้ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะ 6-12 เดือน โดยคาดว่าราคามีโอกาสแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้จะเตือนว่าตลาดอาจเผชิญความผันผวนสูงในช่วงต่อจากนี้
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมอะลูมิเนียมในช่วงที่ราคาปรับตัวลง แม้โลหะดังกล่าวจะเผชิญแรงขายหลังข่าวการบรรลุ MoU ก็ตาม