นักวิเคราะห์ของ โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป (Goldman Sachs Group) ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ ณ สิ้นปี 2569 ลง 500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มาอยู่ที่ระดับ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกแล้วในปี 2569
โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า การปรับลดแนวโน้มราคาทองคำดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการคาดการณ์ที่ว่า กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำจะปรับตัวลดลง หลังจากทีมนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ได้เลื่อนการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปเป็นเดือนมิ.ย.และธ.ค. 2570 จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. 2569 และมี.ค. 2570
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงด้านนโยบายมหภาคอาจลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 4,400 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า การปรับเป้าหมายราคาทองคำมาอยู่ที่ระดับ 4,900 ดอลลาร์นั้น บ่งชี้ว่าโกลด์แมน แซคส์ยังคงมองว่าราคาทองคำยังมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ว่าจะน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ก็ตาม โดยมุมมองต่อราคาทองคำของโกลด์แมน แซคส์ยังคงมีแนวโน้มที่ดีในเชิงโครงสร้าง แต่ระมัดระวังในเชิงกลยุทธ์ โดยมองว่าในระยะใกล้นั้นราคาทองคำมีความเสี่ยงขาลง แต่ในระยะกลางมีแนวโน้มที่จะอยู่ในช่วงขาขึ้น
คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50%-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) แต่ในรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเฟดบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดจำนวน 9 รายจากทั้งหมด 18 ราย คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ รายงาน Dot Plot ยังระบุว่า เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ "สายเหยี่ยว" หรือผู้สนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวด กล่าวในการแถลงข่าวว่า เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่ระดับ 2% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้เห็นมานานถึงครึ่งทศวรรษ ซึ่งเขารู้สึกเสียใจต่อข้อเท็จจริงดังกล่าว และเฟดในยุคของเขากำลังจะแก้ไขในเรื่องนี้