ไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology) บริษัทผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รายได้ในไตรมาส 3/2569 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 28 พ.ค. อยู่ที่ 4.146 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่าสี่เท่าจากระดับ 9.3 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3/2568 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.584 หมื่นล้านดอลลาร์
ส่วนกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 25.11 ดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 20.78 ดอลลาร์
ผลประกอบการในไตรมาส 3 ของบริษัทได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นไมครอนพุ่งขึ้น 15% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการในวันพุธ (24 มิ.ย.)
นอกจากนี้ ไมครอนคาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาส 4/2569 จะอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากระดับ 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4/2568 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.358 หมื่นล้านดอลลาร์
ราคาชิปหน่วยความจำพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากชิป AI ได้ดึงกำลังการผลิตไปเกือบทั้งหมดจากกลุ่มผู้จำหน่ายรายใหญ่ที่มีอยู่เพียงไม่กี่ราย ขณะที่ความต้องการศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ราคาของชิปหน่วยความจำที่ใช้ในสมาร์ตโฟน แล็บท็อป และอุปกรณ์อื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนในตลาดวอลล์สตรีทมีมุมมองบวกต่อไมครอน เนื่องจากเทคโนโลยีของบริษัทมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชิปที่ผลิตโดยอินวิเดีย (Nvidia) และกูเกิล (Google) รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ติดตั้งหน่วยประมวลผลของบริษัทเหล่านั้น
ทั้งนี้ ราคาหุ้นของไมครอนพุ่งขึ้นราว 700% ในปีที่แล้ว ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทพุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์