จีนออกแถลงการณ์ร่วมในนามของกลุ่มประเทศเกือบ 20 ประเทศ ในการประชุมสมัยที่ 62 ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อเปิดโปงและประณามการใช้มาตรการภาษีฝ่ายเดียวในลักษณะครอบงำ โดยใช้ประเด็น "แรงงานบังคับ" เป็นข้ออ้าง
เจีย กุ้ยเต๋อ ผู้แทนถาวรและเอกอัครราชทูตจีนประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา และองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ ได้นำเสนอแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวต่อที่ประชุมในวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.)
แถลงการณ์ร่วมระบุว่า การขจัดความยากจนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการคุ้มครองสิทธิในการทำงานและสิทธิในการพัฒนาของทุกคน "เราคัดค้านการใช้แรงงานบังคับอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกัน เรามีความกังวลอย่างยิ่งและคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากประเทศอื่น ด้วยการกล่าวหาฝ่ายเดียวว่าประเทศเหล่านั้นล้มเหลวในการควบคุมการนำเข้าสินค้าที่อ้างว่าผลิตโดยแรงงานบังคับ"
การกำหนดมาตรการภาษีตามอำเภอใจ ด้วยการอ้างว่าเป็นมาตรการต่อต้านแรงงานบังคับ มีแต่จะละเมิดสิทธิในการพัฒนาและสิทธิในการทำงานที่มีคุณค่าของแรงงานผู้ขยันขันแข็ง การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมีแต่จะบั่นทอนเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมโลก และบ่อนทำลายความพยายามร่วมกันในการขจัดความยากจน
แถลงการณ์ร่วมยังเน้นย้ำว่า จีนเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องเคารพข้อเท็จจริง งดเว้นการทำให้ประเด็นทางการค้าเป็นเรื่องการเมือง และไม่นำประเด็นสิทธิมนุษยชนมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมทั้งยึดมั่นในระเบียบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาโลกผ่านการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากหลายประเทศ อาทิ รัสเซีย ปากีสถาน เวเนซุเอลา ซูดาน ฯลฯ ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากได้แสดงจุดที่ยืนสอดคล้องกับท่าทีของจีนเช่นกัน