สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) แจ้งต่อนักลงทุนถึงแผนการเปิดตัวบริการเครือข่ายมือถือผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) สำหรับผู้บริโภคในสหรัฐฯ ตามรายงานของไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้บริษัทภายใต้การนำของ อีลอน มัสก์ สามารถเข้าแข่งขันในตลาดผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้โดยตรงกับยักษ์ใหญ่อย่างเวอไรซอน (Verizon), เอทีแอนด์ที (AT&T) และที-โมบายล์ (T-Mobile)
ปัจจุบัน สเปซเอ็กซ์มีความร่วมมือกับที-โมบายล์ในสหรัฐฯ เพื่อให้บริการเชื่อมต่อสัญญาณจากดาวเทียมสู่โทรศัพท์มือถือโดยตรง (direct-to-cell) ซึ่งเป็นการให้บริการเสริมเพื่อขยายความครอบคลุมของสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล
รายงานของ FT ระบุโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กวินน์ ช็อตเวลล์ ประธานบริษัทสเปซเอ็กซ์ ได้เปิดเผยต่อนักลงทุนระหว่างการเดินสายนำเสนอข้อมูลก่อนการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO roadshow) ว่า บริษัทกำลังพิจารณาเปิดตัวบริการสตาร์ลิงก์ในรูปแบบแพ็กเกจสำหรับลูกค้ารายย่อย และอาจมีการสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมภาคพื้นดินของตนเองในสหรัฐฯ เพื่อให้บริการครอบคลุมยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อเดือนก.ย. ปีที่แล้ว สเปซเอ็กซ์ได้ทุ่มเงินราว 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ไร้สายจากเอคโคสตาร์ (EchoStar) สำหรับเครือข่ายดาวเทียมสตาร์ลิงก์ และเข้าซื้อเพิ่มเติมอีก 2.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย. ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาบริการ direct-to-cell ที่มีประสิทธิภาพและราคาที่แข่งขันได้ในตลาดอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยคลื่นความถี่ของเอคโคสตาร์
รอยเตอร์รายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ออปเพนไฮเมอร์ (Oppenheimer) ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อต้นเดือนนี้ว่า การขยายตัวของหน่วยธุรกิจบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมการสื่อสารในสหรัฐฯ ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับมูลค่าบริษัทที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ของสเปซเอ็กซ์มีปัจจัยหนุนหลักมาจากสตาร์ลิงก์ ซึ่งปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านราย รวมถึงธุรกิจให้บริการปล่อยจรวดที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนมองว่าได้ปฏิรูปการเข้าถึงวงโคจรโลก