เอดีบีเรียกร้องประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียเพิ่มรายจ่ายสาธารณะ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday April 1, 2014 18:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ได้เรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียใช้รายจ่ายภาคสาธารณะเพื่อลดช่องว่างระหว่างรายได้ โดยระบุว่า ช่องว่างระหว่างรายได้ที่กำลังขยายตัวกว้างขึ้นกำลังบั่นทอนความพยายามในการขจัดปัญหาความยากจนในภูมิภาคให้หมดสิ้นไป

รายงาน Asian Development Outlook 2557 มุ่งเน้นถึงความจำเป็นที่รัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะต้อง “ใช้นโยบายการคลังเชิงรุกเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว และส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงมากขึ้น"

นายจู้จง จวง รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอดีบี กล่าวว่า “นโยบายการคลังมี และควรมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมทั่วถึงในเอเชีย"

“บรรดาผู้กำหนดนโยบายในเอเชียจะต้องออกมาแสดงบทบาทในการบรรจุเป้าหมายแบบบูรณาการในแผนงบประมาณเพื่อนำไปสู่การแบ่งปันผลประโยชน์อย่างทั่วถึงจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ"

นโยบายการคลังสำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม และทั่วถึง ซึ่งเป็นบทตอนสำคัญในรายงาน ระบุว่า ในระหว่างทศวรรษที่ 19 และ 20 นั้น ประชากรมากกว่า 80% ของภูมิภาคอาศัยอยู่ในประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์จีนี (Gini coefficients) หรือปัจจัยชี้วัดความไม่เท่าเทียมกันในการกระจายรายได้ ซึ่งกำลังย่ำแย่ลง

“แรงงานตลาดจำพวกเดียวกันที่เคยช่วยส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค - - โลกาภิวัฒน์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการปฏิรูปตลาด - - กำลังทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน" รายงานระบุ “ประสบการณ์ของประเทศอื่นๆแสดงให้เห็นว่า รายจ่ายสาธารณะสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้จริงๆ"

รายจ่ายของรัฐบาลเช่นในด้านการศึกษา หรือบริการสุขภาพจะช่วยให้คนยากจนเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้มากขึ้น รวมถึงช่วยปรับปรุงคุณภาพของสนามเด็กเล่นอีกด้วย

นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานที่มีค่าบริการไม่สูงนัก และเข้าถึงได้ก็จะช่วยให้คนจนได้รับผลประโยชน์มากขึ้นจากผลพวงที่มาพร้อมกับการปรับปรุงด้านการศึกษา และสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม รายงานเผยว่า ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียล้าหลังภูมิภาคอื่นๆในด้านการลงทุนสาธารณะเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกัน

รายงานชี้ให้เห็นว่า “รายจ่ายสาธารณะในด้านการศึกษาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในภูมิภาค เมื่อเทียบกับสัดส่วน 5.3% ในประเทศพัฒนาแล้ว และ 5.5% ในภูมิภาคละตินอเมริกา ซึ่งความแตกต่างอยู่ที่รายจ่ายสำหรับบริการสุขภาพ โดยคิดเป็นสัดส่วน 2.4% ในเอเชีย เทียบกับ 8.1% ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และ 3.9% ในละตินอเมริกา" สำนักข่าวเกียวโดรายงาน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ