ทั้งนี้ คาดว่าการปรับลดพนักงานในครั้งนี้จะทำให้ทางบริษัทมีต้นทุนราว 3 หมื่นล้านเยน (25 ล้านดอลลาร์) สำหรับค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างเพิ่มเติม
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่มีกระแสคาดการณ์ว่า ชาร์ปอาจจะขาดทุนสุทธิราว 2 แสนล้านเยนในปีงบการเงินปัจจุบันที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. ขณะที่มีรายงานว่า ธนาคารเจ้าหนี้รายใหญ่ของชาร์ปต่างก็เรียกร้องให้ทางบริษัทใช้มาตรการเชิงรุกในการพลิกฟื้นธุรกิจ
การปรับลดจำนวนพนักงานในครั้งนี้มีจำนวนใกล้เคียงกับโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดในปี 2555 ซึ่งชาร์ปได้เปิดทางให้พนักงานจำนวน 2,900 คนเกษียณอายุก่อนกำหนด ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายราว 2.5 หมื่นล้านเยน สำนักข่าวเกียวโดรายงาน