ข่าวอินโฟเควสท์
17:03 เกาหลีใต้เสนอกฏหมายลงโทษสมาชิกสภานิติบัญญัติกระทำผิดข้อหาคอร์รัปชั่น   เว็บไซต์ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและสิทธิพลเมืองของเกาหลี…
16:13 สภาแห่งรัฐของจีนเล็งออกมาตรการรักษาเสถียรภาพภาคการเงิน   สภาแห่งรัฐของจีนเปิดเผยแถลงการณ์ในวันนี้ระบุว่า จีนจะดำเนินมาตรการที่กำหนดเป้าหมายเพื่…
13:42 ประธานเฟดบอสตันเผยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐขณะนี้เหมาะสม ยังไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ย   นายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาบอสตันเปิดเผยว…
12:39 ทำเนียบขาวเรียกประชุมผู้บริหารบริษัทผลิตชิป,ซอฟท์แวร์ คาดหารือเรื่อง"หัวเว่ย"วันจันทร์ที่จะถึงนี้   แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายลาร์รี คุดโลว์ ที่ปร…
11:28 สหรัฐเล็งส่งทหารไปซาอุดีอาระเบียหวังสกัดกั้นภัยคุกคามในตะวันออกกลาง   กองทัพสหรัฐเปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมเตรียมส่งบุคคลากรและทรัพยากรทางทหารไปย…

World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 9 มกราคม 2561

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 9 มกราคม 2561 09:43:01 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (8 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดาวโจนส์พุ่งขึ้นติดต่อกัน 4 วันทำการ อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ยังคงเดินหน้าทำนิวไฮ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และเวลส์ ฟาร์โก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,283.00 จุด ลดลง 12.87 จุด หรือ -0.05% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,157.39 จุด เพิ่มขึ้น 20.83 จุด หรือ +0.29% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,747.71 จุด เพิ่มขึ้น 4.56 จุด หรือ +0.17%

-- นายราฟาเอล บอสติค ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง หรือน้อยกว่านั้นในปีนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ

อย่างไรก็ตาม นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ได้เรียกร้องให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ด้วยเหตุผลว่าเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐจะได้รับปัจจัยบวกจากกฎหมายปฏิรูประบบภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ขณะที่ลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า การที่เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวอย่างมั่นคงด้วยอัตราว่างงานที่ต่ำมากเช่นนี้ จะหนุนให้เฟดพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง ในปี 2561

-- หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี ของทางการจีน รายงานว่า นักวิจัยของธนาคารกลางจีน (PBOC) มีความเห็นตรงกันว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมในอนาคตอันใกล้ เพื่อเป็นเครื่องมือควบคุมภาวะฟองสบู่และปัญหาหนี้สิน นอกจากนี้ แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังได้รับปัจจัยหนุนจากการที่ราคาภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นเช่นเดียวกับศักยภาพการทำกำไรของภาคธุรกิจ

--เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้เริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปีในวันนี้ที่หมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตปลอดทหารในบริเวณชายแดนของประเทศทั้งสอง โดยจะมีการเจรจากันในประเด็นเกาหลีเหนือจะส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิคในมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 9-25 ก.พ.นี้ที่เกาหลีใต้

--เจ้าหน้าที่อาวุโสรายหนึ่งจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ระบุว่า โอเปกกำลังจับตาเหตุการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน และวิกฤตเศรษฐกิจในเวเนซุเอลา แต่โอเปกจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ก็ต่อเมื่อการผลิตน้ำมันจากทั้ง 2 ประเทศดังกล่าวประสบปัญหาชะงักงันอย่างหนัก และอย่างต่อเนื่อง

"แม้อิหร่าน และเวเนซุเอลาประสบปัญหาการผลิตน้ำมัน โอเปกก็จะยังไม่เพิ่มกำลังการผลิต นอกจากว่าการผลิตน้ำมันหายไป 1,000,000 บาร์เรล/วันเป็นเวลามากกว่า 1 เดือน จนทำให้ผู้บริโภคขาดแคลนน้ำมัน" เจ้าหน้าที่โอเปกรายดังกล่าวระบุ

--ริพเพิล ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล ดิ่งลงกว่า 30% แตะระดับ 2.18 ดอลลาร์วานนี้ หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.51 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

การปรับตัวลงในวันนี้ ส่งผลให้ริพเพิลร่วงลงเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก หลังจากที่ครองอันดับ 2 ก่อนหน้านี้

นอกจากริพเพิลแล้ว สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆก็ได้ดิ่งลงเมื่อวานนี้เช่นกัน โดยบิตคอยน์ร่วงลง 15% ขณะที่อีเธอเรียมรูดลง 8%
ริพเพิลทะยานขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว โดยพุ่งขึ้นถึง 35,000% ขณะที่บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นเพียง 1,500%

--สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. เยอรมนีจะเปิดเผยดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัด การผลิตภาคอุตสาหกรรม และอัตราว่างงานเดือนพ.ย. ฝรั่งเศสจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนพ.ย. ขณะที่สหรัฐจะรายงานดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมเดือนธ.ค. โดย NFIB

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันพรุ่งนี้ได้แก่ อัตราว่างงานเดือนธ.ค.ของเกาหลีใต้, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค.ของจีน ขณะที่อังกฤษจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนพ.ย. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. และตัวเลขประมาณการจีดีพีเดือนธ.ค.จากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของอังกฤษ (NIESR) ทางด้านสหรัฐจะรายงานดัชนีราคานำเข้า-ดัชนีราคาส่งออกเดือนธ.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง