World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 29 มีนาคม 2561

ข่าวเศรษฐกิจ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561 08:49 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าทุบขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ การดิ่งลงอย่างหนักของหุ้นอเมซอนยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบเช่นกัน โดยการร่วงลงของหุ้นเหล่านี้ได้สกัดปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ -- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้เรียกร้องให้กดดันนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือต่อไปอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากที่ผู้นำเกาหลีเหนือได้เดินทางเยือนจีน ในขณะที่จีนระบุว่า เกาหลีเหนือเต็มใจที่จะหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์กับสหรัฐ -- หนังสือพิมพ์อาซาฮีของญี่ปุ่นรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือกำลังอยู่ระหว่างการหาช่องทางเจรจาทางการทูตกับญี่ปุ่น โดยทั้งสองประเทศอาจมีการประชุมร่วมกันหลังการประชุมสุดยอดกับสหรัฐสิ้นสุดลง

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวนเมื่อคืนนี้ เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงถูกเทขาย อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลที่ว่า ทางการสหรัฐอาจใช้มาตรการที่เข้มงวดต่อบริษัทเทคโนโลยี เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน รวมทั้งรายงานงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์กซึ่งระบุว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ กำลังพิจารณาจำกัดการลงทุนจากจีนในภาคเทคโนโลยีของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยี 5G โดยการควบคุมดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้กฎหมายควบคุมสถานการณ์พิเศษแห่งชาติ

นายคิม จอง อึน ได้ให้คำมั่นแก่นายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน ว่า เกาหลีเหนือจะผลักดันให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ โดยนายคิมได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวในระหว่างการเดินทางเยือนประเทศจีน ซึ่งถือเป็นการปฎิบัติภารกิจเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรกของนายคิม หลังเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศ

-- หุ้นเทสลา ร่วง 8.4% ในการซื้อขายภาคเช้าของเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ เนื่องจากแรงเทขายที่มีเข้ามา ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องของบริษัท และการสอบสวนกรณีผู้ใช้รถยนต์เทสลาประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐได้เปิดฉากการสอบสวนกรณีดังกล่าว ส่งผลให้หุ้นของบริษัทร่วงลงไปถึง 15.9% ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 2 วัน และยังมีแนวโน้มที่จะร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี

-- ซาอุดิอาระเบียได้บรรลุข้อตกลงกับซอฟท์แบงก์ กรุ๊ป คอร์ป เพื่อสร้างโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ในประเทศ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ดแห่งซาอุดิอาระเบีย และนายมาสะโยชิ ซัง ประธานซอฟท์แบงก์ ได้ลงนามในข้อตกลงมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ที่นิวยอร์กเมื่อวานนี้ เพื่อสร้างศูนย์พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีความสามารถในการผลิตถึง 200 กิกะวัตต์ภายในปี 2573

ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้เดินหน้าแผนการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องพึ่งพาน้ำมันไปสู่แหล่งพลังงานที่มีการกระจายการลงทุนและหลากหลายมากยิ่งขึ้น

โครงการใหม่นี้ จะได้รับเงินสนับสนุนส่วนหนึ่งจากกองทุนซอฟท์แบงก์ วิชั่น ฟันด์ ซึ่งซาอุดิอาระเบียเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุด

-- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น 1.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าคาดการณ์ที่คาดว่า จะเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล

ขณะเดียวกัน สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ปรับตัวขึ้น 3.1% สู่ระดับ 107.5 ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบกับเดือนม.ค.ที่ดัชนีดิ่งลงหนักสุดในรอบกว่า 3 ปี

-- จีนจะปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ และนับเป็นการปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งที่ 3 แล้วในปีนี้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน เปิดเผยว่า ในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซล จะปรับขึ้นอีก 170 หยวน หรือประมาณ 27.79 ดอลลาร์ และ 165 หยวนต่อตัน ตามลำดับ

ภายใต้กลไกการตั้งราคาน้ำมันในปัจจุบันนั้น หากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเปลี่ยนแปลงไปมากกว่า 50 หยวนต่อตัน และอยู่ที่ระดับนั้นเป็นเวลา 10 วันทำการ ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในจีน จะถูกปรับขึ้นตามไปด้วย

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่มีกำหนดการรายงานในวันนี้ ทางการอังกฤษเตรียมรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 (ประมาณการครั้งสุดท้าย) วันนี้เวลา 15.30 น. ตามเวลาไทย

สหรัฐเตรียมรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.พ. เวลา 19.30 น. จากนั้นจะรายงานตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน เวลา 21.00 น.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ