ข่าวอินโฟเควสท์
07:41 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 147.72 จุด ตามตลาดหุ้นยุโรปจากวิตกศก.ยูโรโซนชะลอตัว   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) โดยปรับตัวลงตาม…
07:25 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ เหตุนลท.วิตกศก.ยูโรโซนชะลอตัวหลังเผย PMI ลดลง   ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) นำโดยการร่วงลงของหุ้…
07:20 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขณะยูโรร่วงจากวิตกเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว   ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื…
07:03 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $5.0 จากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะดาวโจนส์ร่วงหนัก   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) โด…
06:34 ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 94 เซนต์ เหตุนลท.วิตกเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกระทบอุปสงค์น้ำมัน   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบ…

มนูชิน มั่นใจตลาดการเงินสหรัฐและตลาดเกิดใหม่ไม่ถูกกระทบจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2561 10:50:27 น.

นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้แสดงความเชื่อมั่นว่า การชะลอตัวลงของเศรษกิจจีนจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินสหรัฐ และเชื่อว่าความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีนจะไม่ฉุดรั้งการเติบโตของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วยเช่นกัน

รมว.คลังสหรัฐเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่กังวลว่าการที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงนั้น จะสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดสหรัฐ และยังไม่พบว่าจะมีความเสี่ยงที่ลุกลามออกไปแต่อย่างใด นอกจากนี้ นายมนูชินยังย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องเจรจากับจีนในประเด็นที่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลง

การแสดงความเห็นของนายมนูชินมีขึ้นหลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ของจีน ขยายตัว 6.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากไตรมาส 2 ที่มีการขยายตัว 6.7%

ส่วนตัวเลข GDP ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ ขยายตัว 6.7% คิดเป็นมูลค่าราว 65.09 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 9.38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ทั้งนี้ GDP จีนในไตรมาส 3 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 2 ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ว่า เศรษฐกิจจีนจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากสหรัฐได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการจากจีนในอัตราที่สูงขึ้น

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนจะชะลอตัวลงอีก และอาจเป็นปัจจัยที่ขัดขวางความพยายามของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการบรรลุเป้าหมายการสร้าง "สังคมที่เจริญรุ่งเรืองอย่างพอเหมาะพอควร" ด้วยการผลักดัน GDP และรายได้ต่อหัวให้ขยายตัวขึ้นเป็นสองเท่าจากระดับของปี 2553 ภายในปี 2563

ข่าวที่เกี่ยวข้อง