ข่าวอินโฟเควสท์
06:00 (REPEAT) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้นในเดือนม.ค.   สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผ…
02:25 สภาอังกฤษลงคะแนนฉิวเฉียด 325-306 ให้ความไว้วางใจรัฐบาล"เทเรซา เมย์"   สมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 325 306 เสียง ให้ความไว้วางใ…
01:57 คาดนายกฯอังกฤษรอดมติไม่ไว้วางใจ แม้ถูกสภาถล่มข้อตกลง Brexit วานนี้   มีการคาดการณ์กันว่า นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะรอดมติไม่ไว้วางใจใ…
01:35 นายกฯเยอรมนีเสียใจ หลังสภาอังกฤษคว่ำข้อตกลง Brexit   นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แสดงความเสียใจต่อการที่รัฐสภาอังกฤษลงมติปฏิเสธร่าง…
01:10 ญี่ปุ่นเผยนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้เงินสูงเป็นประวัติการณ์ในปีที่แล้วกว่า 4 ล้านล้านเยน   สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่…

มนูชิน มั่นใจตลาดการเงินสหรัฐและตลาดเกิดใหม่ไม่ถูกกระทบจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2561 10:50:27 น.

นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้แสดงความเชื่อมั่นว่า การชะลอตัวลงของเศรษกิจจีนจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินสหรัฐ และเชื่อว่าความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีนจะไม่ฉุดรั้งการเติบโตของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วยเช่นกัน

รมว.คลังสหรัฐเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่กังวลว่าการที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงนั้น จะสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดสหรัฐ และยังไม่พบว่าจะมีความเสี่ยงที่ลุกลามออกไปแต่อย่างใด นอกจากนี้ นายมนูชินยังย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องเจรจากับจีนในประเด็นที่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลง

การแสดงความเห็นของนายมนูชินมีขึ้นหลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ของจีน ขยายตัว 6.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากไตรมาส 2 ที่มีการขยายตัว 6.7%

ส่วนตัวเลข GDP ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ ขยายตัว 6.7% คิดเป็นมูลค่าราว 65.09 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 9.38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ทั้งนี้ GDP จีนในไตรมาส 3 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 2 ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ว่า เศรษฐกิจจีนจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากสหรัฐได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการจากจีนในอัตราที่สูงขึ้น

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนจะชะลอตัวลงอีก และอาจเป็นปัจจัยที่ขัดขวางความพยายามของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการบรรลุเป้าหมายการสร้าง "สังคมที่เจริญรุ่งเรืองอย่างพอเหมาะพอควร" ด้วยการผลักดัน GDP และรายได้ต่อหัวให้ขยายตัวขึ้นเป็นสองเท่าจากระดับของปี 2553 ภายในปี 2563

ข่าวที่เกี่ยวข้อง