World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday November 20, 2018 09:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง 395.78 จุด หรือ -1.56% เมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นแอปเปิล และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัทแอปเปิล อิงค์ ปรับลดคำสั่งผลิต iPhone ใหม่ทั้ง 3 รุ่นที่เพิ่งมีการเปิดตัวในเดือนก.ย. นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ยืนยันว่า สหรัฐจะไม่เปลี่ยนแปลงมาตรการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าวงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์จากจีน นอกจากว่าจีนจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำการค้ากับสหรัฐ

-- นายฮิโรโตะ ไซกาวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท นิสสัน มอเตอร์ แถลงว่า นายคาร์ลอส โกสน์ ประธานบริษัท ถูกจับกุมตัวแล้วด้วยข้อกล่าวหาประพฤติมิชอบทางการเงิน และเตรียมปลดออกจากตำแหน่งหลังการประชุมบอร์ดในวันพฤหัสบดีนี้

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ตนรู้สึกสิ้นหวัง, โกรธเคืองและคับแค้นใจ" และ ในขณะที่รายละเอียดปลีกย่อยยังไม่อาจเปิดเผยได้ ตยเชื่อว่าผู้คนจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกับที่ตนรู้สึกในวันนี้

นายโกสส์ถูกกล่าวหาว่า "ประพฤติมิชอบอย่างมีนัยสำคัญ" รวมถึงกรณีการแจ้งรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง ตลอดจนการใช้ทรัพย์สินบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัว อย่างไรก็ดีนิสสันระบุว่าไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระทำความผิดได้ ขณะเดียวกันยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นใดๆจากอัยการญี่ปุ่นเกี่ยวกับการจับกุมนายโกสน์ในครั้งนี้

ตามรายงานของสื่อญี่ปุ่นที่ยังไม่ได้รับการยืนยันระบุว่า นายโกสน์ชี้แจงรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริงต่อตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเป็นจำนวนเงินรวม 5 พันล้านเยนในช่วงระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2554 โดยนายโกสน์ได้รับรายได้จากนิสสันราว 735 ล้านเยนในปีงบประมาณล่าสุด และจากมิตซูบิชิอีก 227 ล้านเยน รวมถึงจากบริษัทเรโนลต์อีก 6.6 ล้านปอนด์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 13.3 ล้านปอนด์

นอกจากนี้บริษัทยังตรียมพิจารณาปลดนายเกรก เคลลี เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสที่มีความเกี่ยวข้องลึกซึ้งในการกระทำผิดชองนายโกสน์ด้วย

ทั้งนี้ นิสสันถือเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก และโรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัทในเมืองซันเดอร์แลนด์ยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษด้วย

-- นายมิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) ในประเด็นการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) กล่าวว่า ร่างข้อตกลง Brexit ที่อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) เห็นพ้องกันในสัปดาห์ที่แล้ว มีความเป็นธรรม และมีความสมดุล พร้อมระบุว่ารัฐมนตรี EU ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนร่างข้อตกลงดังกล่าว

นอกจากนี้ นายบาร์นิเยร์ยังระบุว่า EU จะดำเนินกระบวนการภายในเกี่ยวกับการตกลงกันในการขยายช่วงเวลาในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ Brexit ซึ่งจะทำให้อังกฤษยังคงอยู่ภายใต้กฎระเบียบของ EU หลังจากเข้าสู่ช่วง Brexit แต่อังกฤษจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนต่อมติใดๆ ซึ่งช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจะยาวนานเพียงพอที่จะให้ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถเจรจาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอนาคต

อย่างไรก็ดี อังกฤษจะต้องส่งเงินเข้าสมทบงบประมาณของ EU หากอังกฤษยังคงอยู่ในสหภาพศุลกากร และตลาดเดี่ยวของ EU เกินกว่าเวลาที่กำหนดไว้หลังช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอยู่ในช่วงปลายปี 2563 หรือ 21 เดือนหลังจากที่อังกฤษแยกตัวจาก EU อย่างเป็นทางการในเดือนมี.ค.ปีหน้า

-- นายซัลวาดอร์ ปาเนโล โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์แถลงว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต และชาวฟิลิปปินส์ทั่วประเทศกำลังรอคอยการเดินทางเยือนฟิลิปปินส์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เนื่องจาก"การเดินทางเยือนฟิลิปปินส์ของท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศ"

นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่า การเดินทางเยือนของปธน.สี จิ้นผิงถือเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี โดยจีนถือเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของฟิลิปปินส์ และเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่ รวมทั้งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันฟิลิปปินส์สนับสนุนความพยายามของจีนในการส่งเสริมเสถียรภาพ และสันติภาพในภูมิภาคผ่านทางการเจรจาในการแก้ปัญหาในทะเลจีนใต้

ทั้งนี้ ปธน.สี จิ้นผิงจะเดินทางเยือนฟิลิปปินส์เป็นเวลา 2 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันอังคารถึงวันพุธ หลังเสร็จสิ้นการเยือนปาปัว นิวกินีเพื่อเข้าร่วมการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) รวมถึงเดินทางเยือนบรูไน

-- ทำเนียบขาวของสหรัฐดำเนินการคืนบัตรนักข่าวให้กับนายจิม อคอสตา ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นแล้ว เพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์หลังจากที่มีได้คำสั่งห้ามนายอคอสตาเดินทางเข้าทำเนียบขาว จากกรณีการปะทะคารมกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐระหว่างการแถลงข่าวก่อนหน้านี้

สำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังมีขึ้นหลังจากที่ผู้พิพากษาตัดสินให้ทำเนียบขาวส่งมอบบัตรผ่านคืนให้กับผู้สื่อข่าวรายนี้ อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวได้ประกาศ "กฎระเบียบสำหรับเข้าร่วมการแถลงข่าวในอนาคต" ซึ่งรวมถึง การอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวแต่ละคนซักถามได้เพียงคำถามเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังระบุเพิ่มเติมในเนื้อความจดหมายที่ส่งถึงนายอคอสตาด้วยว่า เขาจะได้รับอนุญาตให้เข้าออกพื้นที่ตามดุลยพินิจของประธานาธิบดีหรือเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเท่านั้น พร้อมเตือนว่า อาจมีมาตรการตอบโต้นายอคอสตาต่อไป จนกว่าเขาจะยินยอมปฎิบัติตามกฎใหม่ที่วางเอาไว้

-- นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า จะยังดำเนินวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนหน้า เพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่า "ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำมาก แม้ว่าเราได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก และเราต้องการรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไปเป็นเวลานานเท่าที่จะทำได้" เขากล่าว

ทั้งนี้ เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 18-19 ธ.ค. โดยมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้ หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค., มิ.ย. และก.ย.

-- สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงลง 8 จุด สู่ระดับ 60 ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2559 โดยเมื่อเทียบรายปี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงลง 9 จุดในเดือนพ.ย.

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุปสงค์ รวมทั้งการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และราคาบ้าน อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก

ส่วนดัชนีคาดการณ์ยอดขายในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ลดลง 10 จุด สู่ระดับ 65 จุด ขณะที่ดัชนีภาวะยอดขายในปัจจุบันลดลง 7 จุด สู่ระดับ 67 จุด

-- สื่อรายงานว่า ทางการจีนอนุมัติข้อเสนอของบริษัทวอลท์ ดิสนีย์ในการซื้อกิจการของบริษัททเวนตี้ เฟิร์สต์ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ อย่างไม่มีเงื่อนไข

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ทางการสหรัฐอนุมัติข้อเสนอของดิสนีย์ในเดือนมิ.ย. ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) อนุมัติในต้นเดือนพ.ย. แต่ทั้งสหรัฐและ EU พ่วงเงื่อนไขที่ระบุให้ดิสนีย์ต้องทำการขายกิจการบางส่วนเพื่อลดการผูกขาดในตลาด

ทั้งนี้ ดิสนีย์ทุ่มเงิน 7.13 หมื่นล้านดอลลาร์ซื้อธุรกิจส่วนใหญ่ของฟ็อกซ์ ซึ่งจะส่งผลให้ดิสนีย์ได้ครอบครองเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค, FX, สตาร์ทีวี, สตูดิโอภาพยนตร์ของฟ็อกซ์, หุ้นในสกาย, เอ็นเดโมล ไชน์ กรุ๊ป, ฮูลู รวมทั้งเครือข่ายกีฬาในภูมิภาค ซึ่งคาดการณ์กันว่า ดิสนีย์จะเสร็จสิ้นการดำเนินการซื้อกิจการฟ็อกซ์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิในปีหน้า

-- บิตคอยน์ดิ่งลงแตะระดับต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2560 โดยการร่วงลงอย่างรุนแรงของสกุลเงินดิจิทัลในระยะนี้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมหดหายไปราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์ แตะระดับ 1.72 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน

นักวิเคราะห์ระบุว่า แรงเทขายของบิตคอยน์เกิดจากปัจจัยทางเทคนิค และคำสั่งขายตัดขาดทุน หลังจากที่บิตคอยน์ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 6,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางรายยังระบุว่า การดิ่งลงของบิตคอยน์เกิดจากการที่สกุลเงินบิตคอยน์ แคช ได้มีการแตกตัวออกเป็นสกุลเงิน"บิตคอยน์ เอบีซี" และ"บิตคอยน์ เอสวี" ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งได้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อตลาดสกุลเงินดิจิทัล

ขณะเดียวกัน บิตคอยน์ยังถูกกดดันจากการที่นายเบนัวต์ โคเออร์ สมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวเตือนว่า บิตคอยน์เป็นการรวมตัวกันของภาวะฟองสบู่, กลโกงแบบแชร์ลูกโซ่ และเป็นหายนะด้านสิ่งแวดล้อม

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในวันนี้ โดยเกาหลีใต้จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค. ธนาคารกลางออสเตรเลียจะเปิดเผยรายงานการประชุม เยอรมนีจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค. และสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนต.ค.

ส่วนในวันพรุ่งนี้ สหรัฐจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนต.ค. ยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ