ข่าวอินโฟเควสท์
17:02 "อาเบะ" รุดเยี่ยมผู้ประสบภัยจากไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" รับปากรัฐบาลจะเร่งค้นหาผู้สูญหาย พร้อมมอบความช่วยเหลือเต็มที่   นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่…
15:26 ชาวฮ่องกงนับหมื่นสวมหน้ากากดำออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในย่านเศรษฐกิจสำคัญ   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงที่สนับสนุนการเรียกร้องปร…
14:37 จีนเผยมีผลผลิตนมเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในทศวรรษที่ผ่านมา ขณะคุณภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด   สำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐ เปิดเผยว่า จีนมี…
13:10 "ทรัมป์" ยกเลิกแผนจัดประชุม G7 ที่สนามกอล์ฟในฟลอริดา หลังถูกสื่อวิจารณ์   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะไม่ใช้สนามกอล์ฟของตัวเองในรั…
11:47 IMF เตือนทั่วโลกเร่งแก้ปัญหาพิพาทด้านการค้า ก่อนสร้างหายนะให้กับเศรษฐกิจโลก   คณะกรรมการกำหนดนโยบายของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนให้…

Spotlight: เดโมแครตจี้เผยรายงาน "ทรัมป์" ฉบับเต็ม แม้บทสรุปจาก "มูลเลอร์" ชี้ไม่เอี่ยวรัสซียแทรกแซงเลือกตั่งปี 59

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 26 มีนาคม 2562 08:48:51 น.

นายวิลเลียม บาร์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐได้แจ้งต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ว่า ผลการสอบสวนของนายโรเบิร์ต มูลเลอร์ อัยการพิเศษของสหรัฐ ไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ทีมหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมรู้ร่วมคิดกับรัสเซียเพื่อกระทำการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2559 รายงานดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลาย และเป็นสังเวียนการเมืองใหม่ที่ทั่วโลกต้องจับตา

*ไม่มีส่วนสมรู้ร่วมคิด แต่ยังไม่พ้นจากความรับผิด

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เอกสารความยาว 4 หน้าที่รมว.ยุติธรรมสหรัฐได้ยื่นต่อคณะกรรมาธิการด้านตุลาการแห่งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐระบุว่า "ผลการสอบสวนของคณะที่ปรึกษาพิเศษปรากฎว่า ไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าทีมหาเสียงของปธน.ทรัมป์หรือบุคลากรในทีมหาเสียงดังกล่าว มีการกระทำที่สมรู้ร่วมคิดหรือเกี่ยวข้องกับรัสเซียในความพยายามที่จะเข้ามามีอิทธิพลในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559"

"ผลการสอบสวนไม่พบว่า สมาชิกของทีมหาเสียงปธน.ทรัมป์สมรู้ร่วมคิดกับรัฐบาลรัสเซียในการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559"

นอกจากนี้ จดหมายดังกล่าวยังระบุด้วยว่า รายงานของนายมูลเลอร์ไม่ได้ให้ข้อสรุปว่า ปธน.ทรัมป์ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ โดยจดหมายระบุว่า "ไม่มีข้อสรุปว่าปธน.ทรัมป์ได้กระทำความผิดในคดีอาญา และไม่ได้สรุปว่าเขาพ้นข้อกล่าวหา"

ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรมสหรัฐกล่าวว่า คำชี้แจงของนายมูลเลอร์มีเป้าหมายที่จะอธิบายข้อเท็จจริงที่ว่าปธน.ทรัมป์ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ โดยไม่ได้ให้ข้อสรุปทางกฎหมายอย่างเจาะจงว่าปธน.ทรัมป์กระทำความผิดทางอาญาหรือไม่

นายบาร์กล่าวว่า การที่นายมูลเลอร์ "ตัดสินใจอธิบายข้อเท็จจริงในการสืบสวนโดยปราศจากการสรุปคดี" เป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้เป็นผู้ตัดสินว่าการกระทำของปธน.ทรัมป์ที่ระบุไว้ในรายงานเป็นการกระทำผิดหรือไม่

นายบาร์ยังได้กล่าวอีกด้วยว่า เขาและผู้ช่วยคือนายรอด โรเซนสไตล์ ซึ่งได้แต่งตั้งนายมูลเลอร์เป็นที่ปรึกษาพิเศษในเดือนพ.ค. 2560 ได้ตัดสินว่า "หลักฐานที่เกิดขึ้นในช่วงการสืบสวนพิเศษนี้ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าปธน.ทรัมป์กระทำผิดกฎหมาย"

จดหมายของนายบาร์ได้สรุปสิ่งที่เขาเรียกว่า "ข้อสรุปสำคัญ" ของรายงานของนายมูลเลอร์ ซึ่งเป็นการสืบสวนความเกี่ยวข้องระหว่างแคมเปญหาเสียงของปธน.ทรัมป์และรัฐบาลรัสเซียในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2559

*วอชิงตันเสียงแตก

ด้านปธน.ทรัมป์ ซึ่งได้ใช้ช่วงเวลาวันหยุดพักผ่อนในคลับส่วนตัวที่รัฐฟลอริด้า กล่าวว่า การสรุปของนายบาร์แสดงให้เห็นถึง "การพ้นผิดอย่างสิ้นเชิง" พร้อมกล่าวตำหนิการสืบสวนของนายมูลเลอร์ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปธน.ทรัมป์เคยเรียกว่าเป็น "การหลอกลวง" และ "การล่าแม่มด"

ปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอสวันกลับไปยังกรุงวอชิงตัน ดีซี ว่า "นี่เป็นความพยายามที่จะเอาชนะผมซึ่งล้มเหลว ผมหวังว่าใครสักคนจะมองไปที่อีกด้านหนึ่งบ้าง" พร้อมกล่าวว่า "ถือเป็นเรื่องน่าอายที่ประเทศของเราต้องเผชิญเรื่องนี้ น่าขายหน้าจริง ๆ ที่ประธานาธิบดีของคุณต้องผ่านมันไป"

นายเจย์ เซกูโลว์ ทนายความของปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า ทีมกฎหมายของปธน.ทรัมป์ "รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง" กับการสรุปของนายบาร์

ทางด้านนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ แกนนำวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกัน กล่าวในแถลงการณ์ว่า รายงานการสืบสวนของนายมูลเลอร์ยืนยันว่า "แคมเปญหาเสียงของปธน.ทรัมป์ไม่มีความพยายามใดๆในการสบคบคิดหรือร่วมมือกับรัสเซีย เพื่อหวังจะเอาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559"

ขณะที่นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายชัค ชูเมอร์ แกนนำเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา กล่าวว่า จดหมายของนายบาร์ "ก่อให้เกิดคำถามมากพอๆกับการให้คำตอบ"

"ข้อเท็จจริงที่ว่า รายงานของนายมูลเลอร์ที่ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าปธน.ทรัมป์หลุดพ้นจากการกระทำความผิดหรือกระทำการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมนั้น ชี้ให้เห็นว่า ควรต้องมีการเปิดเผยรายงานฉบับเต็มและเอกสารที่สำคัญออกสู่สาธารณะโดยเร็วที่สุด" แกนนำพรรคเดโมแครตกล่าวในแถลงการณ์

ถ้อยแถลงดังกล่าวยังระบุว่า สภาคองเกรสต้องการ "รายงานฉบับเต็มและเอกสารที่สำคัญเพื่อที่คณะกรรมาธิการจะสามารถดำเนินการตรวจสอบต่อได้ ซึ่งรวมถึงข้อผิดพลาดที่อาจถูกมองข้ามหรือตัวบทกฎหมายเพื่อตอบคำถามในประเด็นต่าง ๆ ตามรายงานของนายมูลเลอร์"

*ก้าวต่อไป

นายเจอร์รี แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมาธิการด้านการยุติธรรมแห่งสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้ที่แชร์จดหมายของนายบาร์บนทวิตเตอร์ เป็นคนแรกที่กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ "อาจกระทำการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม แต่เพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ รัฐบาลควรพิสูจน์ให้พ้นข้อกังขาที่ว่าบุคคลซึ่งมีเจตนาไม่ซื่อสัตย์มีส่วนร่วมในการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย"

นอกจากนี้ นายแนดเลอร์ยังได้กล่าวอีกด้วยว่า คณะกรรมาธิการจะเรียกตัวนายบาร์มาเป็นพยานต่อไปในอนาคต

นายบาร์วัย 68 ปี อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมซึ่งเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาลของปธน.ทรัมป์เมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้รับการเสนอชื่อผ่านการพิจารณาจากพรรคเดโมแครต โดยนายบาร์เคยเขียนจดหมายถึงนายโรเซนสไตน์ในเดือนมิ.ย. 2561 ซึ่งมีการวิจารณ์การไต่สวนของนายมูลเลอร์

ในระหว่างการรับฟังเพื่อยืนยันการแต่งตั้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นายบาร์ได้ให้คำมั่นและกล่าวว่า หากเขาได้รับเลือกให้เป็นรัฐมนตรียุติธรรม เขาจะไม่ยอมให้ใครมาข่มเหงได้หากเขาเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พร้อมกล่าวว่า เขาจะเปิดเผยรายงานของนายมูลเลอร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่ตัวกฎหมายจะอนุญาต

อย่างไรก็ตาม นางเปโลซีและนายชูเมอร์ได้ออกมาตำหนินายบาร์ ในฐานะ "ผู้สังเกตการณ์ที่ไม่เป็นกลาง" หรืออยู่ในจุดที่ "สามารถตัดสินรายงานดังกล่าว" โดยระบุว่านายบาร์มีอคติต่อการสืบสวนคดีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ นายบาร์ได้ส่งสัญญาณในจดหมายของเขาว่า จะมีการเปิดเผยรายงานของนายมูลเลอร์ในอนาคต

อนึ่ง แม้รายงานของนายมูลเลอร์ได้ประกาศว่าปธน.ทรัมป์พ้นผิดในกรณีที่มีส่วนสมรู้ร่วมคิดกับรัสเซีย แต่ก็ไม่ได้รวมถึงคดีอื่น ๆ ที่ปธน.ทรัมป์และทีมงานกำลังเผชิญอยู่

พนักงานอัยการของรัฐบาลกลางในนิวยอร์กกำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนคดีการจ่ายเงินปิดปากให้กับผู้หญิงสองรายที่อ้างว่ามีเพศสัมพันธ์กับปธน.ทรัมป์ในช่วงการเลือกตั้งปี 2559

*ความพยายามครั้งใหญ่ในการสืบสวน

การสืบสวนของนายมูลเลอร์ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเป็นเวลาเพียงไม่นานหลังจากที่ปธน.ทรัมป์ตัดสินใจปลดนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) กลางอากาศ ส่งผลให้มีการตั้งข้อหากับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 34 ราย ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องกับปธน.ทรัมป์และที่ปรึกษา 6 ราย และองค์กรอีก 3 แห่ง อันเป็นการจุดกระแสให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ปธน.ทรัมป์และคณะทำงานอย่างหนัก

ข้อหาส่วนมากที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปธน.ทรัมป์เผชิญนั้น เกี่ยวพันกับการให้การเท็จต่อสภาคองเกรสหรือการสืบสวนของรัฐบาลกลาง โดยไม่มีข้อกล่าวหาใดเลยที่เกี่ยวข้องกับการสมรู้ร่วมคิดกับรัสเซีย

นอกจากนี้ ชาวรัสเซีย 25 คนยังถูกตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกตั้ง ทั้งด้วยวิธีการแฮกข้อมูลในบัญชีของพรรคเดโมแครต หรือใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการสร้างข้อมูลทผิด ๆ ลงอินเตอร์เน็ต โดยทางรัสเซียได้ปฏิเสธว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกตั้ง 2559

นายบาร์กล่าววานนี้ว่า รายงานของนายมูลเลอร์ "ไม่ได้มีการพูดถึงข้อกล่าวหาอื่นๆ หรือข้อเสนอแนะพิเศษเกี่ยวกับคำฟ้องร้อง ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยสู่สาธารณะได้"

ทั้งนี้ ทีมสืบสวนของมูลเลอร์ได้ขออนุมัติหมายศาลกว่า 2,800 ครั้ง, ใบขออนุญาตตรวจค้นเกือบ 500 ครั้ง และได้มีการสอบสวนพยานรวมกว่า 500 คน โดยนายมูลเลอร์ได้จ้างทนายความ 19 คน และมีทีมเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลาง นักวิเคราะห์ข่าวกรอง ผู้ตรวจสอบทุจริตทางบัญชี และเจ้าหน้าที่ด้านอื่น ๆ อีกกว่า 40 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง