บริษัทสหรัฐในจีนเล็งโยกย้ายและลดการลงทุน จากเหตุวิตกความตึงเครียดด้านการค้า

ข่าวเศรษฐกิจ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 15:44 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สภาหอการค้าอเมริกันในจีน และสภาหอการค้าอเมริกันในนครเซี่ยงไฮ้ เปิดเผยผลสำรวจบริษัทสัญชาติอเมริกัน 239 แห่งในตลาด ซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 พ.ค. บ่งชี้ว่า บริษัทสหรัฐประมาณ 1 ใน 5 ในจีน กำลังพิจารณาที่จะโยกย้ายฐานการผลิตบางส่วน หรือทั้งหมดออกจากจีน เพื่อรับมือกับความตึงเครียดด้านการค้า และ บริษัท 1 ใน 3 กำลังเลื่อน หรือยกเลิกการตัดสินใจเรื่องการลงทุน

ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดยังคงคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาที่จะขึ้นบัญชีดำบริษัทจำหน่ายกล้องวงจรปิดรายใหญ่ 5 รายของจีน ซึ่งรวมถึงบริษัท Hikvision Digital Technology และ บริษัท Dahua Technology ด้วยข้อหากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ ผลสำรวจบ่งชี้ว่า บริษัทเกือบ 40% ระบุว่า การประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐเมื่อวันที่ 10 พ.ค.นั้น จะมีผลกระทบเชิงลบอย่างมากต่อธุรกิจของตนเอง และบริษัท 1 ใน 3 ระบุว่า การปรับขึ้นภาษีของจีน ก็จะส่งผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยรายงานได้บ่งชี้ถึงหลักฐานของการแยกตัวกันทางเศรษฐกิจของสหรัฐและจีน โดยบริษัท 35% ระบุว่า กลยุทธ์หลักของพวกเขาในการรับมือกับความตึงเครียดก็คือ การปรับโครงสร้างเพื่อให้มีการปฏิบัติงานมากขึ้นในจีนเพื่อจีน

ผลสำรวจบ่งชี้ว่า จนถึงขณะนี้ ความขัดแย้งด้านการค้าส่งผลกระทบส่วนใหญ่ทางด้านการเงิน โดยบริษัทต่างๆ กำลังเผชิญกับภาวะอุปสงค์ที่ลดลง ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนผลกำไร และรายได้ที่ลดลง

นอกจากนี้ ยังมีความวิตกว่า บริษัทสหรัฐจะเผชิญกับมาตรการตอบโต้ที่ไม่ใช่ภาษีในจีน แต่ 53% ของบริษัทที่ได้รับการสำรวจระบุว่า บริษัทยังไม่ได้เผชิญกับมาตรการเหล่านั้นในระยะ 10 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2561

บริษัทสหรัฐได้รายงานความเสียหายที่เพิ่มขึ้นจากสงครามการค้า มากกว่าบริษัทในสหภาพยุโรป (EU) โดยมีบริษัทยุโรปเพียงไม่กี่แห่งที่กำลังพิจารณาโยกย้ายห่วงโซ่อุปทานของบริษัท


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ