World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2562

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday August 22, 2019 09:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.เมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยระบุว่า การที่เฟดตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (federal funds rate) ลง 0.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 30-31 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น มีเป้าหมายที่จะป้องกันไม่ให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำเกินไป และป้องกันความเสี่ยงที่การลงทุนในภาคธุรกิจจะทรุดตัวลงมากขึ้น อันเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการด้านภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า กรรมการเฟดได้อภิปรายเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากกว่าเดิม โดยกรรมการบางส่วนเสนอให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50% เพื่อกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อให้ดีดตัวขึ้นสู่เป้าหมายของเฟด และยับยั้งผลกระทบจากข้อพิพาทการค้าที่เกิดขึ้นทั่วโลก

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น 240.29 จุด หรือ 0.93% เมื่อคืนนี้ (21 ส.ค.) หลังจากบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงทาร์เก็ต และโลว์ส รายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดบางส่วนได้เสนอให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50% เพื่อป้องกันผลกระทบจากข้อพิพาทการค้า

-- ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม หลังจากที่เกิดเหตุการณ์แก๊งอันธพาลกลุ่มหนึ่งได้ดักทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมในสถานีรถไฟใต้ดินเหยินหลงเมื่อเดือนที่แล้ว โดยผู้ประท้วงบางรายนำถังดับเพลิงฉีดใส่เจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟใต้ดินดังกล่าวก่อนที่จะสลายตัวไป

ทั้งนี้ การชุมนุมของชาวฮ่องกงได้ลุกลามออกไปจากเดิมที่เป็นการประท้วงร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กลายเป็นการชุมนุมเรียกร้องให้นางแคร์รี ลัม ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และเรียกร้องให้มีประชาธิปไตยในฮ่องกง รวมทั้งให้ฮ่องกงเป็นอิสระจากจีนแผ่นดินใหญ่

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า ทางรัฐบาลยังไม่มีแผนปรับลดภาษีสำหรับผลกำไรส่วนต่างจากราคาหลักทรัพย์ และ "มีแนวโน้ม" ที่จะบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับจีน โดยกล่าวว่า เขาเป็นคนที่ถูกเลือกแล้วให้ทำสงครามการค้ากับจีน

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อนางเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ซึ่งกล่าวก่อนหน้านี้ว่า การขายกรีนแลนด์ถือเป็นเรื่อง"บ้า"

-- นายเซอร์จิโอ แมตตาเรลลา ประธานาธิบดีอิตาลี ได้เริ่มกระบวนการหารือกับพรรคการเมืองต่างๆในวันนี้ เพื่อหาทางจัดตั้งรัฐบาลผสม หลังการประกาศลาออกจากตำแหน่งของนายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี เมื่อวานนี้

อย่างไรก็ดี นายคอนเตจะยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการต่อไป จนกว่าอิตาลีจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

-- นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า เยอรมนีจะให้เวลาอังกฤษ 30 วันในการเสนอทางเลือกอื่นเพื่อเป็นทางออกต่อนโยบาย backstop

"มีการกล่าวกันว่า เราจะหาทางออกได้ใน 2 ปี แต่เราก็น่าจะหาทางออกได้ในเวลา 30 วันข้างหน้า ทำไมจะเป็นไปไม่ได้" นางแมร์เคิลกล่าว

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ คาดหวังว่า ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะปั่นป่วนจากการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง จะทำให้นางแมร์เคิล และนายเอมมานูเอล มาครอง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ตระหนักว่า สหภาพยุโรป (EU) ควรทำข้อตกลงในนาทีสุดท้ายตามข้อเรียกร้องของเขา

-- ธนาคารแบงก์ ออฟ อีสต์ เอเชีย (BEA) ซึ่งตั้งอยู่ในฮ่องกง ระบุว่า ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดจากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจีนและฮ่องกง

นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะส่งผลกระทบต่อจีนและฮ่องกงเช่นกัน

-- นายเอมมานูเอล มาครอง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง จะถือเป็นการกระทำของอังกฤษ ไม่ใช่สหภาพยุโรป (EU)

นอกจากนี้ นายมาครองกล่าวว่า ข้อเรียกร้องของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ต้องการรื้อฟื้นการเจรจาข้อตกลง Brexit อีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งให้ยกเลิกนโยบาย backstop ถือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ยังคงมีผลบังคับใช้ในขณะนี้

-- นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง ในวันที่ 23 ส.ค. เวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า นายพาวเวลจะใช้เวทีการประชุมดังกล่าว ส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ โดยมาร์กิตเตรียมเปิดเผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนส.ค. และดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นเดือนส.ค.ของฝรั่งเศส เยอรมนี อียู และสหรัฐ ส่วนทางด้านสหรัฐเองนั้น เตรียมเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนก.ค.จาก Conference Board

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.ของญี่ปุ่น และยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.ของสหรัฐ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ