ข่าวอินโฟเควสท์
12:44 CPW และบ.ย่อย ไตรมาส 2/62 กำไรสุทธิลดลงเหลือ 13.89 ลบ.   งวดไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 สรุปได้ดังนี้ สอบทาน/ก่อนตรวจสอบ สิ้นสุดวัน…
12:42 (เพิ่มเติม) สภาฯ ลงมติเห็นชอบพ.ร.ก.โอนกำลังกองทัพฯ พบ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่โหวตสวน   ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษ…
12:41 ภาวะตลาดหุ้นออสเตรเลีย: แรงเทขายฉุด S&P/ASX 200 ปิดลบ 51.80 จุด   ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลง เนื่องจากมีแรง…
12:35 สภาฯ มีมติเสียงข้างมากเห็นชอบพ.ร.ก.โอนกำลังกองทัพเป็นส่วนราชการในพระองค์   ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็…
12:35 BIG LOT: รายการซื้อขายบิ๊กล็อตตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (By Time)   หลักทรัพย์ จำนวนหุ้น มูลค่า ราคาเฉลี่ย เวลา (พันบาท) (บาท) KBANK 195,000 30,030.00…

World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 16 กันยายน 2562

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 09:20:37 น.

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ทะยานขึ้นกว่า 11% ในการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วงเช้านี้ หลังจากเกิดเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสองแห่งในซาอุดีอาระเบียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ณ เวลา 06.21 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX พุ่งขึ้น 6.12 ดอลลาร์ หรือ 11.16% แตะที่ระดับ 60.97 ดอลลาร์/บาร์เรล

กระทรวงมหาดไทยของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เกิดเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสองแห่งในเขต Abqaiq และ Khurais ด้วยโดรน จนเป็นเหตุให้เพลิงลุกไหม้ โดยโรงกลั่นทั้งสองแห่งเป็นของบริษัทซาอุดี อารามโค ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย

-- ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 170 จุดในช่วงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวการโจมตีท่อส่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย
ณ เวลา 07.27 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 171 จุด หรือ 0.63% แตะที่ระดับ 27,043 จุด

เจ้าชายอับดุลาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า เหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสองแห่งของซาอุดีอาระเบียส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันและก๊าซ 5.7 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่ตัวเลขล่าสุดที่โอเปกเปิดเผยเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ผลผลิตทั้งหมดของซาอุฯ อยู่ที่ 9.8 ล้านบาร์เรล/วัน เท่ากับว่าผลผลิตจะหายไปถึงราวครึ่งหนึ่ง หรือคิดเป็น 5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ มีคำสั่งให้ปล่อยน้ำมันจากสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) หลังจากเกิดเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

"เมื่อพิจารณาถึงเหตุการณ์โจมตีโรกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ผมจึงได้สั่งการให้ปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็น โดยให้ปล่อยในปริมาณที่มีการกำหนด และพอเพียงต่อการรักษาอุปทานน้ำมันในตลาดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม" ปธน.ทรัมป์ได้ทวีตข้อความในวันอาทิตย์ตามเวลาสหรัฐ

-- นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า คณะกรรมการเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมรอบที่แล้วในวันที่ 30-31 ก.ค. ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2551

การประชุมในเดือนก.ย.เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เฟดยังคงถูกกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยปธน.ทรัมป์ได้ทวีตข้อความเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า เฟดควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 0% หรือสู่ระดับติดลบ เพื่อให้ชาวสหรัฐสามารถรีไฟแนนซ์หนี้

-- การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงกลับมาเดือดอีกครั้ง เมื่อเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวานนี้ โดยผู้ประท้วงได้จุดไฟ รวมถึงขว้างปาก้อนหินและระเบิดเข้าใส่ตำรวจ ทั้งยังบุกทำลายสถานีรถไฟฟ้า (MTR) หลายแห่ง ขณะที่ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาและฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วง

รายงานข่าวระบุว่า สถานการณ์ในฮ่องกงกลับมาวุ่นวายและรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อผู้ประท้วงเริ่มฝ่าฝืนคำสั่งห้ามของทางการด้วยการเคลื่อนขบวนผ่านถนนสายต่างๆ ที่ทางการได้ห้ามไว้ และผู้ประท้วงฮาร์ดคอร์กลุ่มหนึ่งยังได้พยายามบุกเข้าสถานที่ทำการหลักของรัฐบาล รวมถึงอาคารรัฐสภา (LegCo Complex) ส่งผลให้สำนักงานเลขาธิการ LegCo ได้ออกคำเตือนสูงสุดในช่วงบ่ายวานนี้ และขอให้ทุกคนออกจากอาคารในทันที

-- ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการในวันนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ระบุว่า ยอดค้าปลีกเดือนส.ค.ปรับตัวขึ้น 7.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7.9%

ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.ปรับตัวขึ้น 4.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.2% ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วงเดือนม.ค.-ส.ค.ปรับตัวขึ้น 5.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.7%

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ อินโดนีเซียเตรียมเปิดเผยดุลการค้าเดือนส.ค. ขณะที่สหรัฐเปิดเผย ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนก.ย. จากเฟดนิวยอร์ก

ส่วนในวันพรุ่งนี้  ธนาคารกลางออสเตรเลียเปิดเผยรายงานการประชุม สถาบัน ZEW เปิดเผยความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนก.ย.ของอียูและเยอรมนี ขณะที่สหรัฐเตรียมเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ย.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง