World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 25 กันยายน 2562

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday September 25, 2019 09:24 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ประกาศการเริ่มกระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการ เพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่ง หลังจากมีรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เพื่อกดดันให้มีการสอบสวนนายโจ ไบเดน อดีตรองปธน.สหรัฐ ซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญของปธน.ทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยหน้า โดยการกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลต่างชาติเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐ

นางเพโลซีกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ยอมรับว่าเขาได้โทรศัพท์ไปยังปธน.เซเลนสกีของยูเครนเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับนายไบเดน ซึ่งการกระทำดังกล่าวของปธน.ทรัมป์แสดงให้เห็นว่า เขาไม่ซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในขณะสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง และถือเป็นการทรยศต่อประเทศชาติ และทรยศต่อหลักคุณธรรมแห่งการเลือกตั้งของสหรัฐ

-- นายเควิน แมคคาร์ธี ผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเปิดเผยว่า เขาไม่สนับสนุนการผลักดันของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในการเปิดไต่สวนอย่างเป็นทางการว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ควรจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่

นายแมคคาร์ธีกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "นางแนนซี เพโลซี เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ แต่เธอก็ไม่ได้พูดแทนชาวสหรัฐในประเด็นนี้ เธอไม่สามารถตัดสินแต่เพียงฝ่ายเดียวว่า เราควรทำการไต่สวนเพื่อถอดถอนปธน.ทรัมป์"

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง 142.22 จุด หรือ 0.53% เมื่อคืนนี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความปั่นป่วนทางการเมืองในสหรัฐ หลังจากประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเปิดฉากการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง ฐานติดต่อกับรัฐบาลต่างชาติให้เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่าการเจรจาการค้าอาจสะดุดลง หลังจากปธน.ทรัมป์ได้กล่าวโจมตีจีนบนเวทีสหประชาชาติ (UN)

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองที่ผันผวนในสหรัฐ ประกอบกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่อาจสะดุดลง หลังจากปธน.ทรัมป์ได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์จีนในเวทีการประชุมสมัชชาใหญ่ UN เมื่อวานนี้ว่า จีนมีการดำเนินการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และเขาจะไม่ยอมรับข้อตกลงการค้าที่ทำให้ชาวอเมริกันเสียเปรียบ

-- ตุลาการศาลฎีกาของสหราชอาณาจักรมีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ว่า คำสั่งของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในการขยายเวลาปิดสมัยประชุมสภา เป็นการละเมิดต่อกฎหมาย

ทั้งนี้ นายจอห์นสันสั่งพักสมัยประชุมสภาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.จนถึงวันที่ 14 ต.ค. รวม 5 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการพักสมัยประชุมสภาที่ยาวนานที่สุดในรอบ 50 ปี ก่อนที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในวันที่ 31 ต.ค.

ผู้พิพากษาเบรนดา เฮล ประธานศาลฎีกา ระบุว่า การสั่งพักสมัยประชุมสภาดังกล่าว ถือเป็นการสั่งพักที่ไม่ปกติ และเกิดขึ้นในสถานการณ์พิเศษ และรัฐบาลไม่มีความชอบธรรมในการใช้มาตรการที่รุนแรงดังกล่าว

-- ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษแถลงว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งอยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่กรุงนิวยอร์ก จะรีบเดินทางกลับอังกฤษ หลังศาลฎีกาของสหราชอาณาจักรมีคำวินิจฉัยว่า คำสั่งของนายจอห์นสันในการขยายเวลาปิดสมัยประชุมสภา เป็นการละเมิดต่อกฎหมาย

นายจอห์นสันกล่าวว่า "ผมไม่เห็นด้วยอย่างมากต่อคำตัดสินของศาลฎีกา ผมมีความเคารพต่อตุลาการ แต่ผมไม่คิดว่านี่เป็นการตัดสินที่ถูกต้อง"

"การพักสมัยประชุมสภามีขึ้นหลายร้อยปีแล้ว โดยไม่เคยถูกท้าทายมาก่อน" นายจอห์นสันกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายจอห์นสัน ยืนยันว่าเขาจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง แม้ศาลฎีกาของสหราชอาณาจักรมีคำวินิจฉัยว่า คำสั่งของนายจอห์นสันในการขยายเวลาปิดสมัยประชุมสภา เป็นการละเมิดต่อกฎหมาย

-- แคสเปอร์สกี บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ออกคำเตือนระบุว่า มีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวของผู้โดยสารสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และมาลินโด แอร์ จำนวนเกือบ 46 ล้านคน

ทั้งนี้ มาลินโด แอร์ เป็นสายการบินมาเลเซีย ซึ่งอยู่ในเครือไลอ้อน กรุ๊ปของอินโดนีเซีย

แคสเปอร์สกีได้แจ้งเตือนการรั่วไหลของข้อมูลดังกล่าวเมื่อวันที่ 13 ก.ย. เพียง 2 วัน หลังมีการโพสต์ข้อมูลส่วนตัวของผู้โดยสารทั้งสองสายการบินบนโลกออนไลน์

ทางด้านมาลินโด แอร์ ออกแถลงการณ์ระบุว่า อดีตพนักงาน 2 คนของ GoQuo ซึ่งเป็นบริษัทในอินเดีย และเป็นผู้รับช่วงสัญญาให้บริการอี-คอมเมิร์ซ เป็นผู้ลักลอบขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้โดยสารมาลินโด แอร์

มาลินโด แอร์ระบุว่า การรั่วไหลของข้อมูลดังกล่าวได้ถูกควบคุมไว้แล้ว และทางบริษัทได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในมาเลเซียและอินเดียแล้ว

-- ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐลดลงสู่ระดับ 125.1 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 9 เดือน และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 133.5 จากระดับ 134.2 ในเดือนส.ค.

ผู้บริโภคสหรัฐลดความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมทั้งความเชื่อมั่นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วง 6 เดือนข้างหน้า, สถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน

-- ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.2% เช่นกันในเดือนมิ.ย.

ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนก.ค. ชะลอตัวจากระดับ 2.2% ในเดือนมิ.ย.

ราคาบ้านเพิ่มขึ้นสูงสุดในเมืองฟีนิกซ์, ลาสเวกัส และชาร์ลอตต์

-- Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 94.6 ในเดือนก.ย. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 94.5 จากระดับ 94.3 ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวลงติดต่อกัน 5 เดือน

ผลการสำรวจพบว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อภาวะธุรกิจในปัจจุบัน แต่ลดความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจในอนาคต

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีถูกกดดันจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

-- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.ในวันนี้ โดยระบุว่า กรรมการ BOJ ได้หารือถึงความจำเป็นที่จะต้องดำเนินมาตรการรับมือล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลงของเศรษฐกิจและตัวเลขเงินเฟ้อ

กรรมการรายหนึ่งระบุว่า มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่การเพิ่มความแข็งแกร่งในการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางในสหรัฐและยุโรป จะเพิ่มแรงกดดันขาลงต่อตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นผ่านทางอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องรับมือกับความเสี่ยงขาลงของราคาด้วยการดำเนินนโยบายป้องกันล่วงหน้า

ทั้งนี้ BOJ มีมติคงนโยบายการเงินในการประชุมเดือนก.ค. แต่ยืนยันที่จะผ่อนคลายนโยบายลงอีกโดยไม่ลังเลเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจกระทบโอกาสในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อของ BOJ ที่ระดับ 2%

ในการทบทวนโยบายต่อเนื่องของ BOJ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น BOJ ยังคงตรึงนโยบายการเงิน แต่ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร็วที่สุดในการประชุมนโยบายครั้งถัดไปในเดือนต.ค.ด้วยการประกาศเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากต่างประเทศ

-- สหรัฐเตรียมเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือนส.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้มีกำหนดการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย. ขณะที่เยอรมนีเตรียมเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.จาก GfK ด้านสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562, กำไรภาคธุรกิจไตรมาส 2/2562 รวมถึงยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนส.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ