World Today: สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2562

ข่าวเศรษฐกิจ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562 17:00 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เผยบรรลุข้อตกลง Brexit แล้ว โดยได้ทวีตข้อความเกี่ยวกับข้อตกลงใหม่ที่เยี่ยมยอด ขณะที่นายฌอง คล้อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปก็กล่าวด้วยว่า ได้มีการบรรลุข้อตกลงแล้ว -- สภานิติบัญญัติฮ่องกง (LegCo) ได้จัดการประชุมในช่วงถามตอบกับนางแคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ในวันนี้ ขณะที่สมาชิกฝ่ายค้านของสภายังคงลุกขึ้นพูดขัดขวางการประชุม โดยสมาชิกฝ่ายค้านเหล่านี้สนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ความปั่นป่วนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางทางด้านการเมืองในฮ่องกง หลังจากเมื่อวานนี้ ประธานสภานิติบัญญัติได้ตัดสินใจระงับการประชุม ภายหลังจากสมาชิกฝ่ายค้านในสภาได้ตะโกนแทรกในระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีของนางแคร์รี ลัม จนทำให้นางลัมเปลี่ยนมาแถลงนโยบายประจำปีผ่านทางวิดีโอ

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกในไตรมาส 3 ปี 2562 อ่อนตัวลงแตะ 3.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว และเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ยอดค้าปลีกทรงตัวที่ระดับ 0.6% โดยยอดขายที่ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงนี้ ส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศที่เลวร้ายที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการจับจ่ายซื้อสินค้า

-- นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์จะขยายตัวในทิศทางที่เป็นบวกในปี 2562 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแนวโน้มเศรษฐกิจให้สดใสขึ้น หลังจากที่ถูกกดดันจากการส่งออกที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

-- คริสเตียน ดิออร์ แบรนด์แฟชั่นสุดหรูสัญชาติฝรั่งเศส ได้ออกมาขอโทษชาวจีนผ่านทางแอปพลิเคชันเว่ยป๋อ หลังจากทางบริษัทแสดงภาพแผนที่จีนโดยปราศจากไต้หวันในการนำเสนอข้อมูลที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

แถลงการณ์ของดิออร์ในเว่ยป๋อระบุว่า "ทางบริษัทรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งพนักงานฝ่ายบุคคลของดิออร์ได้อธิบายข้อมูลผิดพลาด" พร้อมระบุว่า ดิออร์เคารพต่อนโยบายจีนเดียว และจะไต่สวนเรื่องราวดังกล่าวอย่างเข้มงวด

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐได้ขู่วานนี้ว่า ตุรกีจะเผชิญกับการคว่ำบาตรที่รุนแรง หากการหารือระดับสูงระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ได้ผล

"ผมคิดว่าพวกเขาจะมีการประชุมที่ประสบความสำเร็จ" ปธน.ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวในงานแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีเซอร์จิโอ มัตตาเรลลาของอิตาลีที่เดินทางเยือนสหรัฐ โดยปธน.ทรัมป์ระบุถึงการประชุมระหว่างนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐกับนายเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกีในวันนี้

"หากพวกเขาไม่ทำเช่นนั้น การคว่ำบาตรและการเก็บภาษีนำเข้า รวมถึงสิ่งอื่นๆที่เรากำลังทำนั้น เราก็จะทำกับตุรกี ซึ่งจะทำลายเศรษฐกิจของตุรกี" ปธน.ทรัมป์กล่าวเสริม

-- การประชุมที่ทำเนียบขาวระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และบรรดาผู้นำสภาคองเกรสเพื่อควบคุมผลกระทบจากวิกฤตการณ์ซีเรียนั้น ได้หยุดชะงักลงอย่างฉับพลันเมื่อวานนี้ หลังจากที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์มีอาการอาละวาดโวยวายอย่างรุนแรง

นางเพโลซีกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ดูเหมือนจะมีอาการโกรธจัด หลังจากส.ส.พรรครีพับลิกัน 129 คนสนับสนุนการลงมติให้ตำหนิปธน.ทรัมป์ที่สั่งถอนกองกำลังสหรัฐออกจากซีเรีย โดยนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐกล่าวว่า การที่ปธน.ทรัมป์ก่นด่านางเพโลซีด้วยถ้อยคำที่น่ารังเกียจ ทำให้ผู้นำของพรรคเดโมแครตตัดสินใจเดินออกจากที่ประชุม

-- ธนาคารกลางจีนออกมาตรการ central bank bills swap (CBS) ครั้งที่ 5 ในวันนี้ เพื่อปรับปรุงสภาพคล่องของหุ้นกู้ที่ไม่กำหนดวันไถ่ถอน (perpetual bond) ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์

ธนาคารกลางจีนระบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการ CBS วงเงิน 6 พันล้านหยวน (ราว 847.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นั้น จะเปิดให้ดีลเลอร์เสนอซื้อหุ้นกู้โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.1% และจะครบกำหนด swap ในวันที่ 17 ม.ค. 2563

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ใช้สิทธิยับยั้งหรือวีโต้อีกครั้ง เพื่อคัดค้านมติของสภาคองเกรสที่จะยุติภาวะฉุกเฉินแห่งชาติในพื้นที่แดนทางใต้ของสหรัฐ

ปธน.ทรัมป์ระบุในจดหมายถึงวุฒิสภาว่า "ชายแดนทางใต้จะยังคงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของอาชญากรรม แก๊งอันธพาล และการค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย ที่เข้ามาในสหรัฐ" โดยแย้งว่าควรจะคงภาวะฉุกเฉินแห่งชาติไว้

-- นายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้เรียกประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจในวันนี้ ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษกิจของเกาหลีใต้ในปีนี้

นางโก มิน จุง โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ปธน.มูนจะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจในวันนี้ เพื่อรับฟังข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา แนวโน้มเศรษฐกิจในวันข้างหน้า ข้อมูลการจ้างงาน และทิศทางด้านนโยบายเศรษฐกิจ โดยที่ประชุมจะมีการปรึกษาหารือกันในประเด็นเหล่านี้ด้วย

อย่างไรก็ดี นางโกไม่ได้เปิดเผยช่วงเวลาและสถานที่ในการจัดประชุมครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่าเป็นระเบียบการด้านความมั่นคงของประธานาธิบดี


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ