World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562

ข่าวเศรษฐกิจ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 09:32 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังรอความชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งระบุว่า การพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เพื่อลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรก อาจมีการเลื่อนออกไปเป็นเดือนธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในเดือนนี้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงต้องเจรจาการค้ากันต่อไป รวมทั้งหารือกันเกี่ยวกับการหาสถานที่ในการลงนามข้อตกลง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือเกี่ยวกับการหาสถานที่ลงนามข้อตกลง โดยมีการเสนอชื่อหลายประเทศในเอเชียและยุโรป ได้แก่ กรีซ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ อลาสก้า อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระบุว่า รัฐไอโอวา ซึ่งปธน.ทรัมป์เสนอให้เป็นสถานที่ลงนามข้อตกลงนั้น ขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะไม่ได้รับการคัดเลือก

-- สื่อต่างประเทศหลายแห่งซึ่งรวมถึงสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทของรัฐบาลจีนกำลังเจรจากันเกี่ยวกับการลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในการเสนอขายเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัทซาอุดี อารามโค เนื่องจากซาอุดิอาระเบียต้องการการสนับสนุนจากบรรดารัฐบาลที่เป็นมิตรสำหรับการทำ IPO มูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์

แหล่งข่าวระบุว่า กองทุน Silk Road Fund ของจีนเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้ร่วมหารือเพื่อซื้อหุ้น IPO ดังกล่าว ขณะที่กองทุนอื่นๆของจีน รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ ก็อาจเข้าร่วมลงทุนด้วยเช่นกัน

-- ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอของออสเตรเลียส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางออสเตรเลียจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน โดยนายฟิลิป โลว์ ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ธนาคารกลางยังคงมีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ตามทิศทางธนาคารกลางของประเทศอื่นๆทั่วโลกที่ต่างก็ดำเนินนโยบายผ่อนคลายการเงิน เพื่อรับมือกับภาวะอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ

-- การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด (UNCTAD) เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ ซึ่งพบว่า สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐนั้นส่งผลลบต่อเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย

รายงานดังกล่าวระบุว่า ในฝั่งของสหรัฐนั้น ผู้บริโภคชาวอเมริกันเป็นฝ่ายแบกรับต้นทุนจากการที่รัฐบาลสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน แต่ขณะเดียวกัน ก็เริ่มพบหลักฐานบ้างแล้วว่า บริษัทจีนเองก็มีการลดราคาส่งออกเพื่อรับภาระต้นทุนภาษีบางส่วน

-- การรณรงค์หาเสียงสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในอังกฤษได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวานนี้ หลังจากที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เพื่อขอพระบรมราชานุญาตในการยุบสภา

ทั้งนี้ สภาสามัญชน หรือสภาล่างของอังกฤษได้ถูกปิด ก่อนที่จะเปิดใหม่หลังวันที่ 12 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งทั่วไป

-- สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้น 7.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล

EIA ระบุว่า การพุ่งขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเกิดจากการที่โรงกลั่นลดกำลังการผลิตน้ำมัน

-- สายการบินลุฟท์ฮันซา ซึ่งเป็นสายการบินใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ประกาศยกเลิกเที่ยวบินจำนวน 1,300 เที่ยวบิน จากการที่สหภาพพนักงานบนเครื่องทำการผละงานประท้วงเพื่อเรียกร้องการขึ้นค่าแรง

ลุฟท์ฮันซาระบุว่า การประท้วงดังกล่าวจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ และวันศุกร์ โดยจะส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารจำนวน 180,000 คน

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญวันนี้ โดยเยอรมนีจะเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. จีนเตรียมเปิดเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนต.ค. ขณะเดียวกันธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ก็กำลังเตรียมจัดประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย และสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ญี่ปุ่นเตรียมเปิดเผยการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนก.ย. ขณะที่จีนเตรียมเปิดเผยดุลการค้าเดือนต.ค. ทางด้านเยอรมนีและฝรั่งเศสเตรียมเปิดเผยดุลการค้าเดือนก.ย. และสหรัฐเตรียมเปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนพ.ย.จากมหาวิทยาลยมิชิแกน และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ