World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562

ข่าวเศรษฐกิจ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 09:34 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สถานการณ์ในฮ่องกงเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นในสัปดาห์นี้ ขณะที่ผู้คนต่างวิตกกังวลว่าการประท้วงในฮ่องกงจะบานปลายขึ้นไปอีก โดยเมื่อวานนี้ กลุ่มผู้ประท้วงได้ปิดถนนและเส้นทางโดยสารต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 3 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม

ทั้งนี้ รัฐบาลฮ่องกงได้สั่งปิดสถานศึกษาในวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ

-- สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ซิตี้กรุ๊ป อิงค์ ได้แจ้งเตือนพนักงานในฮ่องกงให้หลีกเลี่ยงการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัววาณิชธนกรรายหนึ่งของซิตี้กรุ๊ป

ทั้งนี้ ขณะที่การประท้วงรุนแรงขึ้นนั้น บริษัทต่างๆทั่วฮ่องกงก็ได้เรียกร้องให้พนักงานพิจารณาการทำงานอยู่ที่บ้านเพื่อรับประกันความปลอดภัยของครอบครัว

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการค้ากับนายเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ในระหว่างการพบปะกันที่ทำเนียบขาวในวันนี้ โดยข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยขยายขอบเขตการค้าระหว่าง 2 ประเทศ จากระดับเดิมที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สู่ระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งปธน.ทรัมป์กล่าวว่า นายเออร์โดกันคือ "เพื่อนที่ดี" ของสหรัฐ

-- ยูบีเอส กรุ๊ป เอจี เปิดเผยว่า ราคาพันธบัตรออสเตรเลียปรับตัวลงอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากที่การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนมีความคืบหน้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม พันธบัตรออสเตรเลียมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลง

ทั้งนี้ ทางบริษัทคาดการณ์ว่า พันธบัตรอาบุ 10 ปีอาจปรับตัวลง 0.5% ในปีหน้า

-- สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยรายงานเบื้องต้นในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ของญี่ปุ่น ขยายตัว 0.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ทำสถิติขยายตัวติดต่อกัน 4 ไตรมาส โดยได้ปัจจัยหนุนจากการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้นก่อนที่มาตรการปรับขึ้นภาษีการบริโภคจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค. รวมทั้งการใช้จ่ายด้านทุนที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ดี การขยายตัวของ GDP ไตรมาส 3 ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลล์สำรวจของสำนักข่าวเกียวโดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.8% และต่ำกว่าไตรมาส 2 ที่มีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งถึง 1.8%

-- นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวแถลงการณ์ว่าด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า เฟดไม่มีแนวโน้มที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้ ตราบใดที่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงดำเนินไปตามแนวทางปัจจุบัน

นายพาวเวลกล่าวย้ำว่า การที่เฟดใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นในปีนี้ ได้ช่วยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

-- สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะมีราคาเฉลี่ยที่ระดับ 60 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีหน้า โดยลดลงจากระดับ 64 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยของปีนี้

นอกจากนี้ EIA คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบ WTI จะมีราคาเฉลี่ยต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ราว 5.50 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีหน้า

-- คณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการแห่งรัฐของเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ขู่ตอบโต้สหรัฐ หากสหรัฐเดินหน้าทำการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ในเดือนหน้า

เกาหลีเหนือออกคำเตือนดังกล่าว แม้ว่าสหรัฐระบุในสัปดาห์ที่แล้วว่าจะลดขนาดการซ้อมรบกับเกาหลีใต้

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการดังกล่าว ซึ่งมีนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นประธาน ออกแถลงการณ์ระบุว่า เป็นสิทธิของเกาหลีเหนือที่จะทำการปกป้องตนเองเพื่อตอบโต้ต่อภัยคุกคามต่อความมั่นคงและอธิปไตยของเกาหลีเหนือ

-- บริษัทวอลท์ ดิสนีย์ เปิดเผยว่า มีผู้สนใจเข้าลงทะเบียนรับบริการ Disney+ เป็นจำนวนมากกว่า 10 ล้านรายแล้ว นับตั้งแต่ที่เริ่มเปิดให้บริการเมื่อวานนี้ โดยเป็นบริการสตรีมมิ่งที่ดิสนีย์หวังนำมาชนกับบริษัทเน็ตฟลิกซ์

ทั้งนี้ ดิสนีย์คิดค่าบริการ Disney+ เพียง 6.99 ดอลลาร์/เดือน หรือ 69.99 ดอลลาร์/ปี ซึ่งถูกกว่าเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งคิดค่าบริการ 12.99 ดอลลาร์/เดือน

ถึงแม้ Disney+ ประสบปัญหาทางเทคนิคเมื่อวานนี้ แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางการแห่เข้าสมัครเป็นสมาชิกแต่อย่างใด

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ โดยอังกฤษจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนต.ค. อียูจะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2562 (ประมาณการครั้งที่ 2) และสหรัฐเตรียมเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค. รวมถึงสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

ส่วนในวันพรุ่งนี้ อียูเตรียมเปิดดุลการค้าและเงินเฟ้อ ขณะที่สหรัฐเตรียมเปิดเผย ยอดค้าปลีกเดือนต.ค., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนต.ค., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนพ.ย. จากเฟดนิวยอร์ก, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนก.ย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ