World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562

ข่าวเศรษฐกิจ Friday November 22, 2019 08:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับร่างกฏหมายสนับสนุนผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงแล้ว โดยคาดว่าปธน.ทรัมป์ จะลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าว แม้รัฐบาลจีนได้แสดงความไม่พอใจแล้วก็ตาม ซึ่งเท่ากับเป็นการเผชิญหน้ากับจีน และอาจส่งผลกระทบต่อการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศ

-- -ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ หรือชัตดาวน์ โดยกฎหมายดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานของรัฐบาลมีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 20 ธ.ค. ก่อนที่กฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับเดิมจะหมดอายุ

การลงนามดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากวุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 74 ต่อ 20 ให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณระยะสั้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์

ภายใต้กฎหมายปัจจุบันนั้น งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลกลางสหรัฐจะหมดอายุในวันที่ 21 พ.ย.นี้ ซึ่งหากไม่มีการขยายเวลาสำหรับการใช้งบประมาณชั่วคราว หรือไม่มีการออกกฎหมายงบรายจ่ายสำหรับปีงบประมาณที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. หลายหน่วยงานของรัฐบาลก็จะต้องปิดทำการ

-- นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ทางการจีนมีความยินดีในการร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันและบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกโดยเร็ว

นอกจากนี้ นายเกายังกล่าวปฏิเสธข่าวลือจากภายนอกประเทศว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยระบุว่าตัวแทนการค้าของสหรัฐและจีนยังคงมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานก่อนหน้านั้นว่า สหรัฐและจีนอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในสิ้นปีนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการค้า และบุคคลใกล้ชิดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกอาจมีการเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า ขณะที่จีนต้องการให้สหรัฐยกเลิกภาษีมากขึ้น

-- หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน และเป็นหัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีน ได้เชิญนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เข้าร่วมการเจรจาการค้ารอบใหม่ที่กรุงปักกิ่ง

ทั้งนี้ นายหลิวได้เชิญนายมนูชิน และนายไลท์ไฮเซอร์ในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยหวังว่าการเจรจาดังกล่าวจะมีขึ้นก่อนวันพฤหัสบดีหน้า ซึ่งเป็นวันขอบคุณพระเจ้าในสหรัฐ

วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า เจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐพร้อมที่จะพบปะกับเจ้าหน้าที่การค้าของจีนในการเจรจาการค้ารอบใหม่ แต่ยังไม่ได้ยืนยันกำหนดวันเจรจาที่แน่นอน

-- หนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่การค้าของสหรัฐและจีนกำลังใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก

แหล่งข่าวระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงการค้าก่อนวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งเป็นกำหนดวันที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษี 15% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 1.56 แสนล้านดอลลาร์ แต่ถึงแม้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าก่อนวันดังกล่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็มีแนวโน้มที่จะเลื่อนการจัดเก็บภาษีดังกล่าวออกไป เนื่องจากไม่ต้องการให้ผู้บริโภคของสหรัฐได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่จะพุ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟน หากมีการเรียกเก็บภาษีจากจีน ขณะที่ใกล้กับช่วงเทศกาลช็อปปิ้งของสหรัฐ

-- องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ประกาศปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า สู่ระดับ 2.9% จากระดับ 3.0% ก่อนหน้านี้ โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน การลดลงของการลงทุนทางธุรกิจ และความไม่แน่นอนทางการเมือง

OECD ได้คงตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ที่ระดับ 2.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 หลังจากขยายตัว 3.5% ในปีที่แล้ว

-- นางโซเฟีย ฉ่าน รมว.อาหารและสุขภาพของฮ่องกง กล่าวว่า ฮ่องกงเตรียมนำเข้าสุกรมีชีวิตจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรที่มีราคาแพง อันเนื่องจากจำนวนสุกรที่ลดน้อยลงจากจีน

นางฉ่านเปิดเผยว่า รัฐบาลฮ่องกงกำลังติดต่อกับทางการไทย มาเลเซีย และเกาหลีใต้เพื่อนำเข้าเนื้อสุกร

ที่ผ่านมา ฮ่องกงนำเข้าสุกรมีชีวิตจำนวน 4,000 ตัวจากจีนในแต่ละวัน แต่ปัจจุบันจำนวนดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 1,700 ตัว หลังจากทางการจีนทำการฆ่าทำลายสุกรเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูแอฟริกา และส่งผลให้ราคาเนื้อสุกรในฮ่องกงพุ่งขึ้นมากกว่า 2 เท่า สู่ระดับ 159 ดอลลาร์ฮ่องกง ตามราคาเนื้อสุกรที่พุ่งขึ้นในจีน

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกทรงตัวที่ระดับ 227,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 219,000 ราย

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 1.9% สู่ระดับ 5.46 ล้านยูนิตในเดือนต.ค. หลังจากลดลงสู่ระดับ 5.36 ล้านยูนิตในเดือนก.ย. โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.47 ล้านยูนิตในเดือนต.ค. อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้น 4.6% ในเดือนต.ค. โดยปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4

Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวลง 0.1% สู่ระดับ 111.7 ในเดือนต.ค. หลังจากลดลง 0.2% ทั้งในเดือนก.ย.และส.ค. โดยได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ในภาคการผลิต ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี LEI ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค.

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญวันนี้ เยอรมนีเตรียมรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 โดยเป็นตัวเลขขั้นสุดท้าย เวลา 14.00 น. ตามเวลาไทย

สำหรับตัวเลขเบื้องต้นที่มีการรายงานไปเมื่อวันที่ 14 พ.ย. นั้น สำนักงานสถิติแห่งเยอรมนี (FSO) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2562 ขยายตัว 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสสอง โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะหดตัวลง 0.1%

นอกจากนี้ มาร์กิต เตรียมรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-บริการขั้นต้นเดือนพ.ย. ของฝรั่งเศสเวลา 15.15 น. ของเยอรมนีเวลา 15.30 น. ของยูโรโซนเวลา 16.00 น. ของสหราชอาณาจักรเวลา 16.30 น. และของสหรัฐเวลา 21.45 น.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ