World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 17 มกราคม 2563

ข่าวเศรษฐกิจ Friday January 17, 2020 09:32 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ โดยดัชนี S&P500 ยืนที่เหนือระดับ 3,300 จุดเป็นครั้งแรก เนื่องจากนักลงทุนขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และผลประกอบการที่ดีเกินคาดของธนาคารรายใหญ่อย่างมอร์แกน สแตนลีย์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการที่วุฒิสภาสหรัฐไฟเขียวข้อตกลงการค้าสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) รวมทั้งมุมมองบวกเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐและจีน

-- วุฒิสภาสหรัฐให้การอนุมัติข้อตกลงการค้าสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) เมื่อวานี้ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 89-10 เสียง ก่อนส่งต่อไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เพื่อลงนามเป็นกฎหมายต่อไป ส่วนขั้นตอนต่อไป รัฐสภาแคนาดาจะต้องให้การรับรองข้อตกลงดังกล่าว ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ข้อตกลง USMCA จะนำมาทดแทนข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ซึ่งมีการใช้มาตั้งแต่ปี 2537 และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ และการจ้างงานในสหรัฐ ขณะที่ USMCA จะแก้ไขช่องโหว่ใน NAFTA โดยช่วยให้สหรัฐสามารถเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์นมในแคนาดา ขณะที่เพิ่มความเข้มงวดในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยการกำหนดกฎเกี่ยวกับแหล่งที่มาของชิ้นส่วนยานยนต์ และระบุให้ชิ้นส่วนรถยนต์อย่างน้อย 40% จะต้องถูกผลิตในโรงงานที่แรงงานได้ค่าแรงอย่างน้อย 16 ดอลลาร์/ชั่วโมง

-- ทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนธ.ค. โดยเพิ่มขึ้น 0.3% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 204,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 216,000 ราย

-- ธนาคารกลางเกาหลีใต้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในการประชุมวันนี้ ขณะที่มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

ผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ซึ่งจัดทำโดยยอนฮัป อินโฟแมกซ์ระบุว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างก็คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของปี 2563

-- ธนาคารกลางอาร์เจนตินาประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 2% สู่ระดับ 50% จากเดิมที่ระดับ 52% ซึ่งเป็นการปรับลดดอกเบี้ยครั้งที่ 4 ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน โดยมีป้าหมายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

ทั้งนี้ อาร์เจนตินาซึ่งมีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคละตินอเมริกา กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการลงทุนที่ทรุดตัวลง รวมทั้งการขยายตัวที่ซบเซาทางเศรษฐกิจ และความยากจนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

นายอัลเบอร์โต เฟอร์นานเดซ ประธานาธิบดีอาร์เจนตินาได้ให้คำมั่นว่าจะปรับลดต้นทุนการกู้ยืมและปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะผ่อนคลายความเข้มงวดด้านการคลัง

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2562 ขยายตัว 6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วน GDP ตลอดปี 2562 ขยายตัว 6.1% โดยอยู่ในกรอบเป้าหมายรายปีของรัฐบาลซึ่งกำหนดไว้ที่ 6% - 6.5%

ด้านยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. 2562 ปรับตัวขึ้น 8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนยอดค้าปลีกตลอดปี 2562 ขยายตัว 8% เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยระบุว่า มีการขยายตัว 6.9% ในเดือนธ.ค. 2562 เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมตลอดปี 2562 ขยายตัว 5.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 6.2% ในปี 2561

ขณะที่ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรตลอดปี 2562 ขยายตัว 5.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับการขยายตัวในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2562

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความระบุว่า สหรัฐอยู่ในสถานะที่ดีในการเริ่มเจรจาการค้าเฟสสองกับจีน

"เรากำลังอยู่ในสถานะที่ดีที่จะเริ่มต้นการเจรจาการค้าเฟสสอง" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน เมื่อวานนี้ที่ทำเนียบขาว ท่ามกลางแขกรับเชิญจำนวนกว่า 200 คนที่ประกอบด้วยนักการทูต รวมทั้งตัวแทนจากภาคธุรกิจ และหน่วยงานรัฐบาล

-- ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เตรียมเดินทางเยือนเมียนมาครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวานนี้ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและเมียนมา พร้อมกับการลงนามในข้อตกลงขนาดใหญ่ในโครงการสาธารณูปโภค และถือเป็นการแผ่อิทธิพลของจีนเพื่อคานอำนาจของชาติตะวันตกในเมียนมา ปธน.สี จิ้นผิงมีกำหนดพบกับนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา และพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา รวมทั้งผู้นำของพรรคการเมืองต่างๆ

-- องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Situation and Prospects หรือ WESP) ระบุว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัว 2.5% ในปี 2563 แต่ความตึงเครียดด้านการค้า, ความปั่นป่วนด้านการเงิน หรือความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายตัว อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

UN คาดการณ์ว่า การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 1.7% ในปี 2563 จากระดับ 2.2% ในปี 2562 เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในสหรัฐที่ยังคงไม่แน่นอน ประกอบกับความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจที่อ่อนแอลง และมาตรการกระตุ้นการคลังที่ลดน้อยลง

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่มีกำหนดการเปิดเผยวันนี้ โดยอังกฤษจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. อียูจะเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค. และสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้งบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนธ.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.,ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนพ.ย. รวมถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ขณะที่ ในวันจันทร์หน้า ธนาคารกลางจีนจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR ประจำเดือนม.ค. ญี่ปุ่นจะเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. และธนาคารกลางอินโดนีเซียจะจัดประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ