World Today: สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 23 มกราคม 2563

ข่าวเศรษฐกิจ 23 มกราคม พ.ศ. 2563 17:00 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เมืองอู่ฮั่นของจีนประกาศระงับการบริการขนส่งสาธารณะขาออกทั้งทางบกและทางอากาศ โดยมีเป้าหมายที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พร้อมเรียกร้องไม่ให้ประชาชนในท้องถิ่นเดินทางออกจากเมือง ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 571 ราย และยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นแตะ 17 ราย

-- องค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมจัดการประชุมใหม่อีกครั้งในวันนี้ หลังจากที่ประชุมเมื่อวานนี้เสียงออกเป็นสองกลุ่ม ซึ่งได้แก่ กลุ่มที่ต้องการให้ประกาศว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพของโลก และกลุ่มที่ไม่ต้องการให้มีการประกาศดังกล่าว ท่ามกลางความวิตกที่ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากใกล้ช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ซึ่งชาวจีนจำนวนมากจะเดินทางท่องเที่ยวยังต่างประเทศ ขณะที่ข้อมูลในปี 2562 ระบุว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนประมาณ 7 ล้านคนได้เดินทางไปต่างประเทศในระหว่างเทศกาลตรุษจีน

-- นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นจะยกระดับมาตรการป้องกันล่วงหน้ากับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากเมืองอู่ฮั่นในมณฑลเหอเป่ยของจีน "เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสดังกล่าวแพร่ระบาด" นายอาเบะกล่าวต่อสภาไดเอท

-- กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ ได้ประกาศการแจ้งเตือนระดับ "ยับยั้ง" ในการเดินทางไปอู่ฮั่น ซึ่งเป็นการเตือนภัยระดับ 3 จากทั้งหมด 4 ระดับของระบบเตือนภัยการท่องเที่ยว พร้อมทั้งประกาศแจ้งเตือนระดับ "ระมัดระวัง" สำหรับบริเวณอื่น ๆ ในมณฑลหูเป่ยของจีน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวเกาหลีใต้ที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่นดูแลรักษาสุขภาพและความปลอดภัยของตนเองเป็นพิเศษ

-- สายการบินไชน่า แอร์ไลน์ของไต้หวัน ประกาศระงับเที่ยวบินไปยังเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 23 ม.ค. - 29 ก.พ. หลังเทศบาลเมืองอู่ฮั่นสั่งปิดสนามบินเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นอกจากนี้ สายการบินแมนดาริน แอร์ไลน์ ก็ประกาศยกเลิกเที่ยวบินจากไทเปไปยังสนามบินในเมืองอู่ฮั่นเช่นกัน

-- สายการบินโคเรียนแอร์ของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ทางสายการบินจะยกเลิกเที่ยวบินไปยังเมืองอู่ฮั่นเป็นการชั่วคราว โดยจะเริ่มภายในช่วงสิ้นเดือนม.ค.นี้ หลังจากที่ทางการจีนประกาศปิดท่าอากาศยานอู่ฮั่นตั้งแต่วันศุกร์นี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งถูกระบุว่ามีต้นกำเนิดมาจากเมืองอู่ฮั่น ขณะเดียวกัน ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำมาตรการกักกันโรคที่เข้มงวดมากขึ้นมาใช้ที่สนามบิน

-- สกู๊ตซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำในเครือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ประกาศวันนี้ว่า ทางบริษัทได้ยกเลิกเที่ยวบินไปยังเมืองอู่ฮั่นในมณฑลเหอเป่ยของจีน หลังจากทางการจีนสั่งปิดเมืองดังกล่าวเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยมีผลไปจนถึงวันที่ 26 ม.ค.

-- MTR Corp. ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการรถไฟใต้ดินในฮ่องกง ประกาศในวันนี้ว่า ทางบริษัทจะยุติการจำหน่ายตั๋วรถไฟความเร็วสูงเที่ยวเดินทางไปหรือกลับจากเมืองอู่ฮั่นของจีนเป็นการชั่วคราว โดยมีเป้าหมายที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

-- รัฐสภาอังกฤษได้อนุมัติร่างกฎหมายการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในขั้นสุดท้ายแล้วเมื่อวานนี้ หลังจากที่สภาขุนนางหรือสภาสูงล้มเลิกความพยายามที่จะแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะเปิดทางให้อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ได้ในสัปดาห์หน้า โดยร่างกฎหมายดังกล่าวอาจจะประกาศใช้เป็นกฎหมายได้อย่างเร็วที่สุดในวันนี้ หากได้รับความยินยอมจากสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2

-- สำนักข่าวเพรส ทีวี ของอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านยืนยันว่าจะไม่ส่งมอบกล่องดำของเครื่องบินยูเครนที่ตกในอิหร่าน ให้แก่ประเทศอื่นเพื่อทำการถอดรหัส "กล่องดำควรจะอยู่กับทีมงานอิหร่านที่กำลังสืบสวนเหตุการณ์นี้" นายโมฮัมหมัด เอสลามี รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของอิหร่าน กล่าว พร้อมกับเสริมว่า เครื่องบันทึกข้อมูลต้องได้รับการวิเคราะห์โดยทีมสืบสวนอุบัติเหตุขององค์การการบินพลเรือนนของอิหร่าน (ICAO)

-- กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยรายงานเบื้องต้นในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลการค้าในเดือนธ.ค.มูลค่า 1.525 แสนล้านเยน ส่วนยอดขาดดุลการค้าตลอดปี 2562 อยู่ที่ระดับ 1.64 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นการขาดดุลติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เนื่องจากอุปสงค์จากจีนชะลอตัวลง

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยในระหว่างการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า เขากำลังพิจารณาที่จะกำหนดรายชื่อประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในสหรัฐเพิ่มเติมจาก 7 ประเทศที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งได้แก่ ลิเบีย อิหร่าน โซมาเลีย ซีเรีย เยเมน เกาหลีเหนือ และเวเนซุเอลา


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ