World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 24 มกราคม 2563

ข่าวเศรษฐกิจ 24 มกราคม พ.ศ. 2563 08:40 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประกาศให้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern หรือ PHEIC)

"ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประกาศว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลก การแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าวถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศจีน แต่ยังไม่ถือว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลก" นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมฉุกเฉินของ WHO ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเจนีวาเมื่อวานนี้

"อย่างไรก็ดี การประเมินของ WHO บ่งชี้ว่า การแพร่ระบาดในจีนอยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงสูงมาก ขณะที่ความเสี่ยงในระดับภูมิภาคและระดับโลก ก็สูงด้วยเช่นกัน" นายแพทย์กีบรีเยซุสกล่าว

-- คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) ออกแถลงการณ์ล่าสุดในวันนี้ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพิ่มขึ้นเป็น 25 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 24 รายในมณฑลหูเป่ย และ 1 รายในมณฑลเหอเป่ย

ส่วนจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 830 ราย และผู้ที่ถูกสงสัยว่าอาจติดเชื้อไวรัสดังกล่าวอยู่ที่ 1,072 ราย

ทั้งนี้ ทางการจีนได้พยายามสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกระบุว่ามีต้นกำเนิดมาจากเมืองอู่ฮั่น โดยจีนได้ประกาศปิดเมืองอู่ฮั่นและเมืองหวงกังเมื่อวานนี้ ซึ่งทั้ง 2 เมืองมีประชากรรวมกัน 17 ล้านคน

-- จีนเตรียมประกาศปิดเมืองเพิ่มอีก 1 แห่งในวันนี้ หลังจากที่ได้ประกาศปิดเมือง 2 แห่งเมื่อวานนี้ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ทั้งนี้ จีนเตรียมประกาศปิดเมืองเอโจวในวันนี้ โดยเมืองดังกล่าวมีประชากรราว 1 ล้านคน

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังได้ประกาศยกเลิกการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่มีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในปีนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการชุมนุมของคนจำนวนมาก

-- ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หลังจากผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีน ซึ่งชาวจีนจำนวนหลายร้อยล้านคนจะเดินทางท่องเที่ยวทั้งภายในจีน และในต่างประเทศ

-- อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ ออกรายงานระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยคาดการณ์ว่า ขณะนี้จีนมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ถึง 4,000 คน โดยทั้งหมดอยู่ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ยของจีน

อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอนระบุว่า รายงานดังกล่าวเป็นการรวบรวมข้อมูลจนถึงวันที่ 18 ม.ค. โดยอิงจากการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อในจีนและแหล่งอื่นๆ

-- สำนักข่าว VNA ของทางการเวียดนาม รายงานว่า มีการตรวจพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จำนวน 2 รายในประเทศ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการยืนยันตรวจพบเชื้อไวรัสดังกล่าวในเวียดนาม

สื่อรายงานว่า มีการตรวจพบผู้ป่วยทั้ง 2 รายที่เมืองโฮจิมินห์

-- กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์ยืนยันการตรวจพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรกในประเทศ

ผู้ป่วยดังกล่าวเป็นชายชาวจีนวัย 66 ปี ซึ่งได้เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นของจีนมายังสิงคโปร์พร้อมกับครอบครัวเมื่อวันจันทร์ และขณะนี้มีการกักตัวชายดังกล่าวที่โรงพยาบาลสิงคโปร์ เจเนอรัล ฮอสปิตัล

นอกจากนี้ กระทรวงยังเปิดเผยว่า ผลการตรวจเบื้องต้นพบว่า หญิงชาวจีนรายหนึ่งวัย 53 ปีจากเมืองอู่ฮั่นมีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และขณะนี้กำลังรอผลการตรวจขั้นสุดท้ายเพื่อยืนยันการติดเชื้อดังกล่าว

-- กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นออกแถลงการณ์ยืนยันในวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายที่ 2 ในญี่ปุ่น โดยผู้ป่วยรายนี้เป็นชายวัย 40 ปี และเป็นชาวเมืองอู่ฮั่นของจีน ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

กระทรวงฯระบุว่า ผู้ติดเชื้อรายนี้ได้เดินทางถึงญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากมีไข้ในช่วง 5 วันก่อนหน้านั้น โดยขณะนี้ชายคนดังกล่าวได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่กรุงโตเกียว

-- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จัดการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% โดยเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

นอกจากนี้ ECB ระบุว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไป หรือปรับลดลง จนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะเข้าใกล้เป้าหมายของ ECB

ขณะเดียวกัน ECB ย้ำว่าจะเดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดย ECB จะซื้อพันธบัตรในวงเงิน 2 หมื่นล้านยูโร/เดือน และ ECB จะดำเนินโครงการ QE เป็นระยะเวลานานเท่าที่มีความจำเป็น และจะยุติโครงการ QE ก่อนที่ ECB จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐจะประกาศมาตรการปรับลดอัตราภาษีสำหรับชนชั้นกลางชาวอเมริกันภายในเวลา 90 วัน

"เราจะประกาศมาตรการปรับลดอัตราภาษีสำหรับชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นมาตรการขนาดใหญ่ ในช่วง 90 วันข้างหน้า" ปธน.ทรัมป์กล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวฟ็อกซ์

การให้สัมภาษณ์ของปธน.ทรัมป์สอดคล้องกับนายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ซึ่งกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ทำเนียบขาวมีแผนที่จะเปิดเผยมาตรการปรับลดอัตราภาษีครั้งใหม่สำหรับชาวอเมริกันในปีนี้

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เคยออกมาตรการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของภาคธุรกิจสู่ระดับ 21% ในปี 2560 ซึ่งได้ช่วยกระตุ้นการจ้างงานและการลงทุน

-- นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า ทำเนียบขาวเริ่มพิจารณาการออกมาตรการปรับลดอัตราภาษีรอบสองตามข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

"นี่จะเป็นการปรับลดอัตราภาษีสำหรับชนชั้นกลาง และเรากำลังพิจารณามาตรการอื่นๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ" นายมนูชินกล่าว

-- นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า เกรต้า ธุนเบิร์ก ซึ่งเป็นสาวน้อยนักเคลื่อนไหวต่อต้านภาวะโลกร้อน ควรไปเรียนเศรษฐศาสตร์ให้จบ ก่อนที่จะมาสอนผู้นำของโลกในการดำเนินมาตรการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ต่อข้อเรียกร้องของธุนเบิร์กที่ต้องการให้มีการยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล นายมนูชินกล่าวว่า "เขาเป็นหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์หรือเปล่า"

นายมนูชินยังกล่าวว่า "หลังจากที่เขาเรียนจบเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแล้ว ก็ค่อยกลับมา และอธิบายสิ่งนี้กับเรา"

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 6,000 ราย สู่ระดับ 211,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 215,000 ราย

ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลง 3,250 ราย สู่ระดับ 213,250 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว

ขณะเดียวกัน Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวลง 0.3% สู่ระดับ 111.2 ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย.

Conference Board ระบุว่า ดัชนี LEI ได้รับแรงกดดันจากการเพิ่มขึ้นของตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และการลดลงของการอนุญาตสร้างบ้าน

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญวันนี้ มาร์กิต เตรียมรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-บริการขั้นต้นเดือนม.ค. ของฝรั่งเศส เวลา 15.15 น. ตามเวลาไทย

ต่อด้วยของเยอรมนี เวลา 15.30 น. ของยูโรโซน เวลา 16.00 น. ของสหราชอาณาจักร เวลา 16.30 น. และของสหรัฐ เวลา 21.45 น.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ