World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday February 18, 2020 08:59 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงตามกันเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 จะส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และกระทบรายได้ของภาคธุรกิจ โดยบริษัทแอปเปิล อิงค์เปิดเผยว่า บริษัทอาจพลาดเป้ารายได้ในไตรมาส 2/2563 เนื่องจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19

บรรดานักลงทุนจะจับตาการรายงานผลประกอบการทั้งปี 2562 ของธนาคารเอชเอสบีซีซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของยุโรปในวันนี้

-- สื่อต่างประเทศรายงานว่า ศาลเยอรมนีได้สั่งให้บริษัทเทสลา อิงค์ของสหรัฐ ยุติการเตรียมสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในยุโรปเป็นการชั่วคราว หลังจากที่นักเคลี่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมแสดงความวิตกเกี่ยวกับการตัดต้นไม้จำนวนมาก เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการสร้างโรงงานแห่งใหม่ในรัฐแบรนเดนเบิร์กของเยอรมนี

บริษัทเทสลายังไม่ได้รับการอนุมัติแผนการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่เรียกว่า Gigafactory แต่สำนักงานด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐได้อนุญาตให้เตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้างซึ่งเป็นพื้นที่ป่าขนาด 92 เฮกเตอร์

-- รัฐบาลจีนได้สั่งกักบริเวณนายซู ซางหรัน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายของมหาวิทยาลัยชิงหัวของจีนอยู่แต่ภายในบ้าน และเขายังถูกห้ามใช้อินเตอร์และโซเชียลมีเดีย หลังจากที่เขาได้วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีการเผยแพร่บทความของเขาในนิตยสารออนไลน์ภาคภาษาอังกฤษใน China File

บทความของนายซูซึ่งมีชื่อว่า "Viral Alarm: When Fury Overcomes Fear" ได้ประณามระบบเผด็จการของรัฐบาลจีนในการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวดในประเทศ ซึ่งเป็นการขัดขวางความพยายามที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเริ่มระบาดในปลายปี 2562 ที่เมืองอู่ฮั่น

-- รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาที่จะเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเพื่ออนุญาตให้สหรัฐสามารถสกัดกั้นการส่งชิปจากบริษัทต่างๆ อาทิ ทีเอสเอ็มซีของไต้หวัน ให้กับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การจำกัดการค้าของบริษัทต่างๆ กับหัวเว่ยเป็นหนึ่งในหลายทางเลือกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐจะหารือกันในที่ประชุมในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ หากมาตรการดังกล่าวได้รับอนุมัติ ก็จะส่งผลกระทบต่อหัวเว่ยและทีเอสเอ็มซีซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ให้กับหัวเว่ย รวมถึงบริษัทแอปเปิล อิงค์ และควอลคอมม์ อิงค์

-- องค์การการค้าโลก (WTO) ออกรายงานล่าสุดระบุว่า การค้าสินค้าทั่วโลกจะยังคงอ่อนแอลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในจีน ได้ซ้ำเติมการค้าทั่วโลกซึ่งได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากมาตรการภาษีศุลกากร และความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ทั้งนี้ ดัชนีวัดการค้าสินค้าโลกซึ่งจัดทำโดย WTO นั้น อยู่ที่ระดับ 95.5 ในเดือนก.พ. ลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 96.6 ในเดือนพ.ย. โดยดัชนีที่เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 100 บ่งชี้ว่า การขยายตัวของการค้าโลกยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าแนวโน้มในช่วงที่ผ่านมา

-- คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงวันนี้ว่า ณ วันจันทร์ที่ 17 ก.พ. มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในจีน เพิ่มขึ้นอีก 98 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั่วประเทศจีน เพิ่มขึ้นเป็น 1,868 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นอีก 1,886 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 72,436 ราย NHC ระบุว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตรายใหม่จำนวน 98 ราย ณ วันจันทร์ที่ 17 ก.พ. นั้น มี 93 รายอยู่ในมณฑลหูเป่ย, 3 รายอยู่ในมณฑลเหอหนาน, 1 รายอยู่ในมณฑลเหอเป่ย และ 1 รายอยู่ในมณฑลหูหนาน ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังจากมีอาการดีขึ้นแล้วนั้น อยู่ที่ 12,552 ราย

-- บริษัทแอปเปิล อิงค์ เปิดเผยในแถลงการณ์ล่าสุดว่า ทางบริษัทอาจพลาดเป้าหมายรายได้ในไตรมาส 2/2563 ตามปีงบการเงินของบริษัท เนื่องจากการผลิตชะลอตัวลง และดีมานด์ที่อ่อนแอลง อันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ในจีน

แอปเปิลระบุว่า การผลิต iPhone ในประเทศจีนได้สะดุดลงชั่วคราว เนื่องจากสายงานด้านการผลิตล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น นอกจากนี้ ความต้องการผลิตภัณฑ์ iPhone ยังลดน้อยลง เนื่องจากร้านค้าต่างๆ ในจีนปิดการดำเนินงาน หรือดำเนินงานโดยลดชั่วโมงการทำงานลง ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าลดน้อยลงด้วย

ก่อนหน้านี้ แอปเปิลคาดการณ์ว่า รายได้ของบริษัทจะอยู่ในช่วง 6.3-6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2/2563 ซึ่งจะสิ้นสุดลงในเดือนมี.ค.ตามปีงบการเงินของบริษัท

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในวันนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลียเปิดเผยรายงานการประชุม, อังกฤษเผยอัตราว่างงานเดือนธ.ค., สถาบัน ZEW เปิดเผยความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนก.พ.ของเยอรมนีและอียู ทางด้านสหรัฐเตรียมเปิดเผย ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนก.พ.จากเฟดนิวยอร์ก และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.พ.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ญี่ปุ่นเปิดเผยดุลการค้าเดือนม.ค.และยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนธ.ค., อียูเปิดเผยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนธ.ค., อังกฤษเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค., สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค., ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนม.ค. และคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 28-29 ม.ค.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ