World Today: สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 3 กรกฎาคม 2563

ข่าวเศรษฐกิจ Friday July 3, 2020 17:10 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผ่านร่างกฎหมายลงโทษธนาคารที่ทำธุรกิจกับเจ้าหน้าที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายความมั่นคงซึ่งจีนเพิ่งบังคับใช้กับฮ่องกง และเป็นกฎหมายที่ถูกมองว่าบั่นทอนเอกราชของฮ่องกง

ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว หลังจากสภาผู้แทนราษฎรให้ลงมติเห็นชอบไปแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่วนขั้นตอนต่อไปคือการส่งต่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

-- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 58.4 ในเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้นจากระดับ 55 ในเดือนพ.ค. โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมิ.ย.ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2553

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคบริการของจีนมีการขยายตัว ขณะที่ดัชนีต่ำกว่าระดับ 50 จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว

-- ธนาคารกลางจีนได้ระงับการดำเนินการทางตลาด (OMO) ในวันนี้ ซึ่งทำให้การระบายสภาพคล่องรายสัปดาห์มีจำนวนสูงที่สุดในรอบ 4 เดือนครึ่ง ทั้งนี้ การระงับดำเนินการ OMO เป็นผลจากการที่สภาพคล่องในระบบธนาคารอยู่ในระดับสูงพอที่จะดูดซับผลกระทบจากการขายพันธบัตรรัฐบาลและสัญญา reverse repo ที่ครบกำหนดไถ่ถอนได้ โดยในวันนี้มี reverse repo ที่ครบกำหนดไถ่ถอน 1.10 แสนล้านหยวน

-- มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐพุ่งขึ้นเกือบ 55,000 ราย ทำสถิติเพิ่มขึ้นวันเดียวในอัตราสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ข้อมูลของจอห์น ฮอปกินส์ ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศของสหรัฐที่ได้รับการยืนยันได้ทะลุหลัก 2.7 ล้านรายแล้ว โดยขณะนี้อยู่ที่ 2,735,554 ราย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 128,684 ราย

-- ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมิ.ย.อยู่ที่ระดับ 4.1075 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.44 พันล้านดอลลาร์จากเดือนพ.ค. โดยทุนสำรองเดือนมิ.ย.ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

-- สำนักงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐ (CBO) คาดการณ์ว่า อัตราว่างงานของสหรัฐในไตรมาส 4 ปี 2573 จะอยู่ที่ 4.4% ซึ่งยังคงสูงกว่าระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.5% ซึ่งเคยทำไว้ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

CBO ระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วง 10 ปีเมื่อวานนี้ว่า อัตราว่างงานของสหรัฐอาจจะลดลงแตะระดับ 10.5% ในไตรมาส 4 ปี 2563 และจากนั้นจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 7.6% ในไตรมาส 4 ปี 2564

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานว่า ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.ทำสถิติพุ่งขึ้นแข็งแกร่งที่สุดเป็นประวัติการณ์แตะระดับ 16.9% ซึ่งฟื้นตัวขึ้นอย่างมากจากเดือนเม.ย.ที่หดตัวลง 17.7% โดยได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ธุรกิจในภาคส่วนต่างๆ กลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้ง

-- นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดโรคโควิด-19 ระบาดได้ภายในปี 2565 เนื่องจากการเดินทางโดยยานพาหนะส่วนตัวจะเพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคจะเพิ่มขึ้นด้วย

-- บริษัท China National Pharmaceutical Group (Sinopharm) เปิดเผยว่า การก่อสร้างศูนย์วิจัยและห้องผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่นของจีนได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 7,260 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในสถาบันยาชีววัตถุอู่ฮั่น (Wuhan Institute of Biological Products- WIBP)

Sinopharm ระบุว่า ห้องวิจัยนี้มีศักยภาพในการรองรับการศึกษาวิจัยวัคซีนต้านไวรัส ขณะที่ห้องผลิตวัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated vaccine) สำหรับป้องกันโควิด-19 มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 100 ล้านโดส/ปี

-- นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรเปิดเผยว่า สหรัฐควรกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรกับหน่วยงานด้านข่าวกรองและกลาโหมของรัสเซีย หลังจากที่ได้รับข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับการที่รัสเซียได้จ้างวานให้กลุ่มตาลีบันสังหารทหารของสหรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในอัฟกานิสถาน

-- นายเออร์วินด์ ซิงห์ ประธานการท่าอากาศยานแห่งประเทศอินเดีย (AAI) เปิดเผยว่า อินเดียกำลังเจรจากับสหรัฐ, แคนาดา, ประเทศต่างๆ ในยุโรปและในอ่าวเปอร์เซีย เกี่ยวกับการจัดทำข้อตกลงด้านการเดินทางทวิภาคี (Travel Bubble) ซึ่งจะอนุญาตให้สายการบินของแต่ละประเทศที่ทำข้อตกลงร่วมกัน สามารถเปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศได้

-- นายแพทย์แอนโทนี ฟอซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐเปิดเผยว่า วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 บางตัวจะเริ่มการทดลองทางคลินิกขั้นสุดท้ายอย่างเร็วที่สุดในปลายเดือนนี้ ขณะที่บางตัวจะเริ่มในเดือนส.ค.-ต.ค.

ข่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังโมเดอร์นา (Moderna) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐออกมายืนยันว่า จะสามารถเริ่มการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในขั้นสุดท้ายกับอาสาสมัคร 30,000 รายได้ภายในเดือนก.ค.นี้

-- เอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ ธนาคารสัญชาติอังกฤษซึ่งเน้นการทำธุรกิจในเอเชีย เปิดเผยว่า ทางธนาคารมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยจะลงทุนในธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและประกันภัย

การลงทุนดังกล่าวคาดว่ามีเป้าหมายเพื่อให้บริการลูกค้ากลุ่มชนชั้นกลางระดับสูงและกลุ่มที่มีฐานะร่ำรวยในประเทศจีน

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงความพอใจกับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐ หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 55,000 รายเมื่อวานนี้ ซึ่งทำสถิติรายวันสูงสุดในโลกนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ปธน.ทรัมป์ถูกจับตาเกี่ยวกับการรับมือของเขากับวิกฤติดังกล่าว และส่งผลให้ผู้ว่าการรัฐต่างๆ ชะลอแผนการเปิดเมืองออกไปก่อนหลังจากดำเนินมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด

-- นายเอดัวร์ ฟิลิปป์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ลาออกจากตำแหน่งในวันนี้ ปูทางให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

การลาออกของนายกฯ ฝรั่งเศสมีขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวว่าประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง กำลังเตรียมที่จะปรับคณะรัฐมนตรี และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่นายฟิลิปป์เพิ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองลาอาร์ฟร์ต่ออีกสมัย

-- สภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (ICMR) มีแนวโน้มจะเปิดตัววัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ตัวแรกภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัทบารัต ไบโอเทค อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (BBIL) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตวัคซีนซึ่งตั้งอยู่ในเมืองไฮเดอราบัด

นายบัลรัม ภควา ผู้อำนวยการ ICMR เปิดเผยว่า "จะมีการเปิดตัววัคซีนเพื่อการใช้งานด้านสาธารณสุขภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองทางคลินิกทั้งหมดแล้ว ขณะที่ทาง BBIL กำลังดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อบรรลุเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับความร่วมมือของศูนย์ทดลองทางคลินิกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้"

-- กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐเผยว่า สหรัฐกำลังกว้านซื้อเรมเดซิเวียร์ (remdesivir) ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้เพียงพอในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งอาจทำให้ประเทศอื่นไม่สามารถเข้าถึงยาชนิดนี้ในช่วงดังกล่าวได้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 มิ.ย.) กระทรวงยืนยันการสั่งซื้อยาเรมเดซิเวียร์จากกิลเลียด ไซเอนเซส (Gilead Sciences) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านชีวเภสัชภัณฑ์สัญชาติอเมริกัน จำนวนกว่า 500,000 โดส หรือคิดเป็นยาที่ผลิตทั้งหมดในเดือนกรกฎาคม และ 90% ของเดือนสิงหาคมและกันยายน เพื่อกักตุนให้โรงพยาบาลในสหรัฐจนถึงเดือนกันยายน


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ