World Today: สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 9 กรกฎาคม 2563

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday July 9, 2020 17:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

การตัดสินใจถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้สร้างความโกรธเคืองแก่สมาชิกสภาคองเกรส และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก

นายโรเบิร์ต เมเนนเดซ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะกรรมการวิเทศสัมพันธ์ โจมตีผู้นำสหรัฐผ่านข้อความทางทวิตเตอร์ โดยระบุว่า การรับมือกับโควิด-19 ของทรัมป์นั้น เรียกว่าไร้ระเบียบยังน้อยไป การถอนตัวจาก WHO จะไม่ปกป้องชีวิตหรือผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน ทั้งยังทิ้งให้อเมริกายืนโดดเดี่ยวอยู่ลำพัง

ด้านนายอามี บีรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหน่วยเลือกตั้งที่ 7 ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ทวีตข้อความว่า การถอนตัวออกจาก WHO จะทำให้สหรัฐสูญเสียสถานะการเป็นผู้นำโลกยิ่งขึ้น

-- นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐทวีตข้อความว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งให้สหรัฐถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) นั้น เป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง

"ประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจในเวลาที่ WHO กำลังร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19" นางเพโลซีระบุในทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ "ประธานาธิบดีกำลังทำลายความพยายามของนานาชาติที่จะต่อสู้กับไวรัส ทำให้ผู้คนหลายล้านคนต้องเสี่ยงชีวิต"

-- ดร.แอชิช จา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสากลในสังกัดมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้วิจารณ์ความเคลื่อนไหวของสหรัฐในการประกาศถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมกับกล่าวว่า การที่สหรัฐกล่าวโทษ WHO ว่าไม่มีการตรวจสอบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีนนั้น เป็นเรื่อง "เสแสร้งอย่างยิ่ง"

"ผมคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่แย่มาก ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อทั้งระบบสาธารณสุขโลกและสุขภาพของชาวอเมริกันเอง" ดร.แอชิช จา กล่าว "ผมนึกไม่ออกว่าชาวอเมริกันจะได้รับผลประโยชน์อย่างไรจากการที่ไม่ได้อยู่ร่วมโต๊ะและไม่มีบทบาทกำหนดนโยบายเหล่านั้น"

-- นายสก็อต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์ยืนยันในวันนี้ว่า รัฐบาลออสเตรเลียได้ตัดสินใจระงับข้อตกลงการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่ทำร่วมกับฮ่องกงและจีน

นอกเหนือจากการระงับข้อตกลงการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว นายมอร์ริสันกล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะเปิดโอกาสให้กับพลเมืองฮ่องกงที่ต้องการย้ายถิ่นอาศัย ให้สามารถนำทักษะความรู้ ธุรกิจ และทุกสิ่งที่พลเมืองเหล่านี้เคยมีภายใต้กฎระเบียบเดิมในฮ่องกง เข้าไปยังดินแดนออสเตรเลียได้ โดยนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชาวฮ่องกงที่ถือวีซ่าชั่วคราวในออสเตรเลียจะได้รับอนุญาตให้ถือวีซ่าอายุ 5 ปี ซึ่งจะเป็นการปูทางไปสู่การได้สิทธิ์เป็นพลเมืองถาวรหลังจากสิ้นสุดระยะเวลา 5 ปีของการถือครองวีซ่าประเภทดังกล่าว

-- รัฐบาลออสเตรเลียได้ออกมาแนะนำไม่ให้พลเมืองเดินทางไปยังฮ่องกง และให้พิจารณาความจำเป็นในการอยู่ในฮ่องกง เนื่องจากมีความไม่แน่นอนที่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่

เว็บไซต์ Smartraveller ของกระทรวงกิจการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียประกาศว่า กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ของฮ่องกงสามารถตีความได้กว้างมาก รวมถึงขอบเขตและวิธีการบังคับใช้ก็ยังไม่ชัดเจน ซึ่งทำให้ประชาชนอาจถูกเนรเทศหรือถูกส่งไปรับการตัดสินความผิดในจีนแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากกระทำผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ

-- นิวซีแลนด์เตรียมทบทวนความสัมพันธ์กับฮ่องกง หลังจากที่จีนได้บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ในฮ่องกง ซึ่งกำหนดบทลงโทษการกระทำที่ก่อให้เกิดการแบ่งแยก การโค่นล้ม การก่อการร้าย และการสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติ โดยมีโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต

นายวินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ กล่าวว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ได้เปลี่ยนแปลงการมีส่วนร่วมของนานาชาติในฮ่องกงเป็นอย่างมาก พร้อมระบุว่า "นิวซีแลนด์ยังคงมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ในฮ่องกง" พร้อมเสริมว่า "ดังนั้น รัฐบาลได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทบทวนนโยบายทั้งหมดของนิวซีแลนด์ที่มีต่อฮ่องกง เพื่อกำหนดลักษณะที่เหมาะสมสำหรับความร่วมมือในอนาคต"

-- กูเกิล ประกาศว่า บริษัทจะยุติโครงการคลาวด์ซึ่งมีชื่อว่า "Isolated Region" พร้อมกับยืนยันว่า บริษัทไม่มีแผนที่จะให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์ในประเทศจีน โดยการประกาศของกูเกิลถือเป็นการยืนยันหลังจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ทางบริษัทได้ระงับโครงการดังกล่าวในประเทศจีน

บลูมเบิร์กรายงานก่อนหน้านี้ว่า กูเกิลได้ระงับโครงการคลาวด์ "Isolated Region" ในประเทศจีน และประเทศอื่นๆ ที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะความตึงเครียดด้านการเมืองที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ดี กูเกิลยืนยันว่า การระงับโครงการดังกล่าวไม่ได้เกิดจากเหตุผลอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมา

-- นางกิตา โกปินาธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า หลายประเทศอาจจำเป็นต้องปรับโครงสร้างหนี้หลังเศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก

นางโกปินาธกล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยออกฟอร์ดว่า ยังไม่เกิดวิกฤตหนี้สินในขณะนี้ แต่ก็จะมีความจำเป็นอย่างต่อเนื่องในการบรรเทาหนี้ให้กับบรรดาประเทศที่ยากจนในโลกนี้ เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น

-- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับลดการประเมินภาวะเศรษฐกิจทั้ง 9 ภูมิภาคของญี่ปุ่นเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันในวันนี้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเป็นวงกว้าง

รายงานซากุระรีพอร์ท หรือรายงานภาวะเศรษฐกิจทั้ง 9 ภูมิภาคของ BOJ ซึ่งมีการเผยแพร่ในวันนี้ระบุว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ ของญี่ปุ่นถดถอยลง หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ เมื่อเทียบกับในเดือนเม.ย. เนื่องจากไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดทั่วโลก

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ยังคงมีเสถียรภาพในเดือนมิ.ย. หลังจากรัฐบาลจีนเดินหน้าความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

รายงานของ NBS ระบุว่า ดัชนี CPI เดือนมิ.ย.ปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค.ที่มีการขยายตัว 2.4%

ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน ลดลง 3% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนมิ.ย. ซึ่งปรับตัวลงน้อยกว่าในเดือนพ.ค.ที่ร่วงลงถึง 3.7%

หากเทียบเป็นรายเดือน ดัชนี PPI เดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 0.4% ฟื้นตัวขึ้นจากเดือนพ.ค.ที่ลดลง 0.4%

-- นายจ้าว ลิเจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า ภายหลังจากการหารือระหว่าง 2 ฝ่าย รัฐบาลจีนได้ยินยอมให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ส่งผู้เชี่ยวชาญเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของจีนในการสืบหาแหล่งกำเนิดของไวรัสโควิด-19

นายจ้าวกล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ผู้เชี่ยวชาญของ WHO จะเดินทางมายังประเทศจีนเพื่อเตรียมแผนการทางวิทยาศาสตร์ในการระบุแหล่งที่มาของโรคโควิด-19 พร้อมระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่ายจะพัฒนาขอบเขตและข้อกำหนด Terms of Reference (TOR) สำหรับภารกิจระหว่างประเทศที่นำโดย WHO


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ