World Today: สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2563

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday July 23, 2020 17:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายหู สีจิน บรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์ซึ่งเป็นสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เปิดเผยในวันนี้ว่า รัฐบาลจีนอาจจะสั่งลดจำนวนเจ้าหน้าที่สถานกงสุลสหรัฐในฮ่องกง เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮิวสตัน และจะเป็นการตอบโต้ที่เจ็บปวดกว่าการสั่งปิดสถานกงสุลสหรัฐในเมืองอู่ฮั่น

"สหรัฐมีพนักงานกว่า 1 พันคนในสถานกงสุลฮ่องกง แล้วคนพวกนี้กำลังทำอะไร? แน่นอนว่า เป็นสายลับอย่างแน่นอน การลดจำนวนเจ้าหน้าที่สหรัฐในสถานกงสุลฮ่องกงลงประมาณ 100-200 คน อาจเป็นหนึ่งในหลายทางเลือกที่จีนจะใช้ตอบโต้" นายหูกล่าว

-- สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของแคนาดาที่ระดับ "AAA/A-1+" โดยระบุว่า รัฐบาลแคนาดาดำเนินนโยบายการเงินและการคลังอย่างรอบคอบและปลอดภัยในการรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะเดียวกัน S&P ได้คงแนวโน้มความน่าเชื่อถือของแคนาดาไว้ที่ระดับ "มีเสถียรภาพ"

ทั้งนี้ S&P คาดการณ์ว่า รัฐบาลแคนาดาจะใช้ความระมัดระวังในการลดขนาดของมาตรการกระตุ้นเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นในปีหน้า ขณะเดียวกันก็จะยังคงรักษาสถานะการเงินให้แข็งแกร่งต่อไป

-- ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2563 หดตัวลง 3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี ซึ่งในช่วงเวลานั้น GDP ปรับตัวลง 1.3% โดยตัวเลข GDP ล่าสุดของเกาหลีใต้นับเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบกว่า 22 ปี หรือตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2541 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตค่าเงิน

-- UBS ซึ่งเป็นสถาบันการเงินรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ จากเดิมซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 1.5% มาเป็น 2.5% เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศเริ่มฟื้นตัวและมีการลงทุนที่แข็งแกร่ง

UBS ออกรายงานระบุว่า เศรษฐกิจจีนคาดว่าจะขยายตัว 5.5% ในไตรมาสปัจจุบัน และ 6% ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้

-- รัฐบาลออสเตรเลียเปิดเผยว่า รัฐบาลออสเตรเลียขาดดุลงบประมาณ 8.58 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (6.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีงบประมาณ 2562 ซึ่งสิ้นสุด ณ เดือนมิ.ย.ปีนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขขาดดุลงบประมาณที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ฉุดเศรษฐกิจของประเทศเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี และทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการเพื่อรับมือกับผลกระทบของการแพร่ระบาด

-- นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษระหว่างการประชุมส่วนตัวที่กรุงลอนดอนเมื่อวานนี้ว่า เขาเชื่อว่าจีนซื้อตัวนายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ไปจริงโดยมีหลักฐานที่ยืนยันความเชื่อของเขาได้อย่างชัดเจน

-- ทวิตเตอร์เปิดเผยว่า แฮกเกอร์ที่ก่อเหตุเจาะเข้าบัญชีทวิตเตอร์ราว 130 บัญชีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สามารถเข้าถึงกล่องข้อความส่วนตัวของผู้ใช้ 36 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นนักการเมืองจากเนเธอร์แลนด์

การเปิดเผยล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตัวตนและเจตนาของแฮกเกอร์กลุ่มนี้ยังคงชัดเจน เนื่องจากในตอนแรก แฮกเกอร์ได้ใช้บัญชีที่แฮกได้นั้น มาทวีตข้อความให้โอนเงินบิตคอยน์ ก่อนจะได้เงินไป 121,000 ดอลลาร์ ซึ่งนับว่าน้อยเมื่อเทียบจากประวัติที่ผ่านมาของเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน

-- นายซูลิโอ รีโอส ผู้อำนวยการสถาบันด้านการสังเกตการณ์การเมืองจีนแห่งสเปน (Spanish Observatory of Chinese Politics) เปิดเผยในบทวิเคราะห์ที่ชื่อ "Huawei and the Mantra of Security" ว่า ยุโรปควรต้านทานแรงกดดันที่สหรัฐเรียกร้องให้โดดเดี่ยวจีน และยังควรมีอิสระในการตัดสินใจในประเด็นความวิตกเรื่องความมั่นคงของชาติ

นายรีโอสระบุว่า "หากสหรัฐต้องการดึงยุโรปเข้าร่วมแผนต่อต้านจีน เพราะไม่ต้องการให้ใครท้าทายอำนาจของสหรัฐ สหภาพยุโรป (EU) ก็ต้องตระหนักว่า จีนไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของยุโรป" ดังนั้นการแบนหัวเว่ยจะส่งผลให้ประเทศในกลุ่ม EU ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐมากยิ่งขึ้น ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น "กับดักของอเมริกัน" นายรีโอสระบุในบทวิเคราะห์ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ