World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 4 สิงหาคม 2563

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday August 4, 2020 09:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ ขานรับดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 1 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวการซื้อกิจการในภาคธุรกิจ ซึ่งรวมถึงข่าวไมโครซอฟท์เจรจาซื้อกิจการ TikTok และกูเกิลเข้าซื้อหุ้นในบริษัท ADT ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในสหรัฐ รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,664.40 จุด พุ่งขึ้น 236.08 จุด หรือ +0.89%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,294.61 จุด เพิ่มขึ้น 23.49 จุด หรือ +0.72% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,902.80 จุด เพิ่มขึ้น 157.53 จุด หรือ +1.47%

-- แกนนำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจฉบับใหม่ แม้คณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะใช้อำนาจในการผลักดันมาตรการดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว หากยังไม่มีการบรรลุข้อตกลง

สำหรับประเด็นที่ยังคงถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ ยังคงเป็นเรื่องการขยายโครงการช่วยเหลือคนว่างงานซึ่งได้หมดอายุลงแล้วเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้รักษาวงเงินดังกล่าวไว้ที่ระดับ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่พรรครีพับลิกันต้องการให้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

-- บริษัททวิตเตอร์ อิงค์เปิดเผยว่า บริษัทอาจถูกคณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FTC) สั่งปรับเป็นเงินราว 150-250 ล้านดอลลาร์ ฐานใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน เช่น หมายเลขโทรศัพท์และอีเมล เพื่อใช้ในการส่งโฆษณาให้กับผู้ใช้งาน

เอกสารที่ส่งถึงคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) ระบุว่า ทวิตเตอร์ได้รับร่างคำร้องเรียนจาก FTC เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ฐานละเมิดคำสั่งของรัฐบาล

FTC ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ทวิตเตอร์มีการใช้หมายเลขโทรศัพท์ และ/หรือที่อยู่อีเมล ที่ผู้ใช้งานได้ให้ไว้กับทวิตเตอร์นั้น นำไปใช้ในการส่งโฆษณาให้กับผู้ใช้งานในช่วงปี 2556-2562 ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลดังกล่าว

-- หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลีรายงานในวันนี้ว่า จีนจะไม่ยอมรับการ "ขโมย" บริษัทเทคโนโลยีของจีน และจะตอบโต้กับการเคลื่อนไหวของสหรัฐที่จะผลักดันให้ ByteDance ขายธุรกิจในสหรัฐของ TikTok ให้กับบริษัทไมโครซอฟท์

ไชน่า เดลีซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของรัฐบาลจีนระบุว่า การที่สหรัฐกลั่นแกล้งบริษัทเทคโนโลยีของจีนนั้นเป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ของสหรัฐที่ว่า "อเมริกาต้องมาก่อน" และทำให้จีนไม่มีทางเลือก พร้อมทั้งระบุว่า จีนมีวิธีการจำนวนมากที่จะตอบโต้การกระทำของสหรัฐ

-- นายซิลเวสเตอร์ เทอร์เนอร์ นายกเทศมนตรีเมืองฮิวสตันในรัฐเท็กซัสของสหรัฐ เตรียมสั่งปรับผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยเป็นเงินจำนวน 250 ดอลลาร์

ในระหว่างแถลงข่าวประจำวัน นายเทอร์เนอร์กล่าวว่า ผู้ที่ถูกแจ้งเตือนไปแล้วหนึ่งครั้ง แต่ยังคงไม่ปฏิบัติตามกฎจะถูกปรับเป็นเงินจำนวนดังกล่าว โดยประชาชนในเมืองฮิวสตันต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะไปจนถึงสิ้นเดือนส.ค.นี้

ทั้งนี้ นายกเทศมนตรีได้สั่งการไปยังสำนักงานตำรวจประจำเมืองฮิวสตันให้ดำเนินมาตรการเชิงรุกดังกล่าว เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าววานนี้ว่า เขาไม่คัดค้านการที่ไมโครซอฟท์ คอร์ปจะเข้าซื้อกิจการของ TikTok ในสหรัฐ แต่หากการซื้อกิจการดังกล่าวไม่เกิดขึ้นภายในวันที่ 15 ก.ย. เขาก็จะสั่งแบนการให้บริการของ TikTok ในสหรัฐ ซึ่งคำกล่าวของปธน.ทรัมป์เป็นการยืนยันรายงานข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่ระบุว่า ปธน.ทรัมป์ให้เวลา 45 วันแก่บริษัท ByteDance ของจีนในการเจรจาเพื่อขายกิจการ TikTok ให้แก่ไมโครซอฟท์

เจ้าหน้าที่สหรัฐเตือนว่า TikTok ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เนื่องจากมีการถือครองข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่นายเควิน เมเยอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TikTok ให้คำมั่นว่า บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายของสหรัฐ

-- แอนิคอม โฮลดิ้งส์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตสัตว์เลี้ยงในญี่ปุ่น เปิดเผยว่า สุนัข 2 ตัวของผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 2 ราย ได้ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีรายงานการพบเชื้อไวรัสดังกล่าวในสัตว์เลี้ยงในญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี สุนัข 2 ตัวดังกล่าวไม่แสดงอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใด

ทั้งนี้ แอนิคอมได้เปิดให้บริการแบบใหม่ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา โดยรับอุปการะสัตว์เลี้ยงของผู้ป่วยโควิด-19 โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในระหว่างที่พวกเขาเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

-- เวียดนามยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแผนที่จะประกาศล็อกดาวน์ในวงกว้าง โดยจะมีการดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดในการสกัดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงเท่านั้น

"เราจะบังคับใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมในพื้นที่ซึ่งมีการแพร่ระบาด แต่จะไม่มีการล็อกดาวน์ในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัด" โฆษกรัฐบาลเวียดนามกล่าว

นอกจากนี้ โฆษกยังกล่าวเสริมว่า การใช้มาตรการล็อกดาวน์เพียงบางพื้นที่ จะทำให้รัฐบาลสามารถบรรลุเป้าหมายในการสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการกระตุ้นเศรษฐกิจ

-- กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมอยู่ที่ 312,035 ราย และยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 17,405 ราย

อย่างไรก็ดี สำนักข่าว BBC รายงานว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงมีจำนวนสูงเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับตัวเลขที่มีการรายงานจากรัฐบาลอิหร่าน ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อที่แท้จริงมีจำนวนสูงเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับตัวเลขทางการ

-- นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ในวันศุกร์นี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.36 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 10.7%

เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 4.8 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3 ล้านตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 11.1% จากระดับ 13.3% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในวันนี้ เกาหลีใต้มีกำหนดเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค. ออสเตรเลียมีกำหนดเปิดเผยดุลการค้าและยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย. ขณะที่ธนาคารกลางออสเตรเลียประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย ทางด้านสหรัฐเตรียมเปิดเผย ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนก.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมิ.ย.

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้เปิดเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนก.ค., จีนเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนก.ค.จากไฉซิน, ฝรั่งเศสเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.ค.จากมาร์กิต, เยอรมนีเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.ค.จากมาร์กิต, อียูเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.ค.จากมาร์กิต และยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย., อังกฤษเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.ค.จากมาร์กิต/ซีไอพีเอส และสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ค.จาก ADP และยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนมิ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนก.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ