กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส จัดการประชุมนโยบายการผลิตน้ำมันในวันอาทิตย์ (1 ก.พ.) โดยที่ประชุมมีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนมี.ค. และระบุในแถลงการณ์ว่า ประเทศสมาชิกโอเปกพลัสจะดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวัง และจะรักษาความยืดหยุ่นในการปรับระดับการผลิตตามความจำเป็น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในตลาด
มติดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก 8 ชาติสมาชิกของโอเปกพลัสซึ่งได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต โอมาน อิรัก คาซัคสถาน และแอลจีเรีย เสร็จสิ้นการประชุมผ่านระบบออนไลน์ในวันอาทิตย์ เพื่อประเมินภาวะตลาดและแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังคงหลีกเลี่ยงการหารือเกี่ยวกับวิกฤตทางการเมืองที่สมาชิกหลายประเทศกำลังเผชิญอยู่
ทั้งนี้ โอเปกพลัสได้กำหนดวันประชุมนโยบายการผลิตครั้งต่อไปในวันที่ 1 มี.ค. เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันต่อไป
นับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 โอเปกพลัสได้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันราว 2.9 ล้านบาร์เรล/วัน หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 3% ของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมา แต่โอเปกพลัสได้เริ่มชะลอการเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่เดือนต.ค. 2568 จนกระทั่งในการประชุมเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ปีดังกล่าว กลุ่มโอเปกพลัสได้ประกาศแผนระงับการปรับเพิ่มกำลังการผลิตในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด
นักวิเคราะห์จาก Rystad Energy AS แสดงความเห็นว่า การที่โอเปกพลัสมีมติคงกำลังการผลิตแม้ว่าราคาน้ำมันพุ่งขึ้นท่ามกลางความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มโอเปกนั้น อาจเป็นเพราะโอเปกพลัสต้องการประเมินทุกทางเลือกอย่างรอบคอบระมัดระวัง และยังสะท้อนให้เห็นว่าโอเปกพลัสให้ความสำคัญกับเสถียรภาพมากกว่าการดำเนินการด้านนโยบาย