อิหร่านเตือนทั่วโลกรับมือราคาน้ำมันพุ่งแตะ $200 ขณะเดินหน้าโจมตีเรือสินค้า

ข่าวต่างประเทศ Thursday March 12, 2026 09:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เอบราฮิม โซลฟากอรี โฆษกศูนย์บัญชาการทหารของอิหร่าน กล่าวว่า ทั่วโลกควรเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันดิบที่จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันกว่าสองเท่า โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่กองกำลังทหารของอิหร่านโจมตีเรือสินค้าในวันพุธที่ผ่านมา (11 มี.ค.)

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อิหร่านตั้งใจที่จะทำให้ภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจยืดเยื้อออกไปอีก โดยโซลฟากอรีได้ส่งสารถึงสหรัฐฯ ว่า "เตรียมตัวรับมือน้ำมันที่ราคา 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งพวกคุณได้ทำให้มันไร้เสถียรภาพแล้ว"

หลังจากสำนักงานของธนาคารในกรุงเตหะรานถูกโจมตีเมื่อคืนที่ผ่านมา โซลฟากอรีกล่าวว่า อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีธนาคารที่ทำธุรกรรมกับสหรัฐฯ หรืออิสราเอล พร้อมกับกล่าวว่า ประชาชนทั่วตะวันออกกลางควรอยู่ห่างจากธนาคารเป็นระยะ 1,000 เมตร

รายงานระบุว่า มีเรือสามลำถูกโจมตีในน่านน้ำแถบอ่าวเปอร์เซียในวันพุธ และต่อมากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกมายืนยันว่าได้ยิงเรือบรรทุกสินค้าเหล่านี้เนื่องจากเพิกเฉยต่อคำเตือน ซึ่งรวมถึงเรือ "มยุรี นารี" ของไทย

สงครามครั้งนี้ได้ปะทุขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอล ใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 2,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่านและชาวเลบานอน ขณะที่สถานการณ์ได้ลุกลามเข้าไปในเลบานอน และทำให้ตลาดพลังงานรวมถึงการขนส่งทั่วโลกตกอยู่ในความปั่นป่วน

สำหรับในอิหร่านนั้น ประชาชนจำนวนมากพากันออกไปตามท้องถนนเพื่อร่วมไว้อาลัยบรรดาผู้บัญชาการระดับสูงที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ โดยประชาชนได้แบกหีบศพและโบกธงชาติพร้อมกับชูภาพของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่ถูกสังหาร

เจ้าหน้าที่อิหร่านเปิดเผยว่า โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการที่อิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านในวันดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้คร่าชีวิตบิดา มารดา ภรรยา และบุตรชายของเขา ทั้งนี้ โมจตาบาไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนหรือส่งสารใด ๆ โดยตรงนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 7% ในช่วงเช้าวันนี้ (12 มี.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันเผชิญภาวะชะงักงัน แม้ว่าทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์มากถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อรับมือกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันที่เกิดจากสงคราม โดยการระบายน้ำมันจากคลังสำรองในครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ IEA และมากกว่าจำนวน 182 ล้านบาร์เรลที่เคยเกิดขึ้นหลังรัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครนในปี 2565

คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะระบายน้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เริ่มต้นในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อฉุดราคาพลังงานให้ต่ำลง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ