"โกลด์แมน แซคส์" เตือนราคาน้ำมันจ่อทุบสถิติปี 51 เซ่นพิษปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ

ข่าวต่างประเทศ Thursday March 12, 2026 14:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) และเวสต์เท็กซัส (WTI) ในไตรมาส 4 ปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 71 และ 67 ดอลลาร์/บาร์เรล ตามลำดับ จากเดิมที่ระดับ 66 และ 62 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากประเมินว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะหยุดชะงักยาวนานขึ้น จากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 36% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นราว 39% โดยสัญญาน้ำมันดิบทั้งสองตลาดพุ่งทะลุระดับ 119 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงสั้น ๆ เมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565

สถานการณ์สู้รบดังกล่าวส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดไปโดยปริยาย ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันต้องลอยลำติดค้างเป็นเวลานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ และบีบให้ผู้ผลิตหลายรายต้องระงับการผลิตเนื่องจากคลังจัดเก็บน้ำมันใกล้เต็มความจุ

โกลด์แมน แซคส์ ออกรายงานในวันนี้ (12 มี.ค.) ระบุว่า ทางธนาคารได้ปรับเปลี่ยนสมมติฐานใหม่ โดยคาดว่าปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะลดลงเหลือเพียง 10% ของระดับปกติเป็นเวลา 21 วัน และจะใช้เวลาค่อย ๆ ฟื้นตัวอีก 30 วัน ซึ่งรุนแรงกว่าคาดการณ์เดิมที่เคยมองว่าปัญหาจะยืดเยื้อเพียง 10 วัน

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ ยังเตือนด้วยว่า ราคาน้ำมันรายวันมีแนวโน้มที่จะพุ่งทะลุจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ในปี 2551 หากปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนมี.ค.

อย่างไรก็ดี รายงานของโกลด์แมน แซคส์ ได้นำปัจจัยเรื่องมาตรการรับมือระดับนโยบายที่เข้มข้นขึ้นมารวมไว้ในแบบจำลองด้วย โดยประเมินว่าการระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ทั่วโลกออกสู่ตลาดจริงจำนวน 254 ล้านบาร์เรล และการดึงน้ำมันดิบของรัสเซียออกมาใช้ 31 ล้านบาร์เรล จะช่วยบรรเทาผลกระทบที่มีต่อคลังน้ำมันเชิงพาณิชย์ระดับโลกได้เกือบ 50%

ทั้งนี้ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เพิ่งมีมติเมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) ให้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินครั้งประวัติศาสตร์ในปริมาณสูงถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งกระฉูดนับตั้งแต่เกิดสงคราม โดยปริมาณน้ำมันส่วนใหญ่มาจากสหรัฐฯ

สำหรับกรณีฐาน (Base case) ที่โกลด์แมน แซคส์ ประเมินว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. เป็นต้นไปนั้น ทางธนาคารคาดว่าประเทศสมาชิก IEA จะไม่ได้ระบายน้ำมันออกมาเต็มจำนวน 400 ล้านบาร์เรลตามที่ตกลงกันไว้

สาเหตุเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ที่ทำให้สามารถดึงน้ำมันจากคลัง SPR ของกลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้สูงสุดเพียง 3 ล้านบาร์เรล/วัน และจะมีการทยอยลดการปล่อยน้ำมันลงในระยะเวลา 4 สัปดาห์ไปจนถึงช่วงต้นเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่คาดว่าราคาน้ำมันดิบ WTI จะชะลอความร้อนแรงลงมาอยู่ในช่วงต้น ๆ ของระดับ 70 ดอลลาร์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ